Archive for the ‘R2-D2’ Tag

7877 – Naboo Starfighter   Leave a comment


Set No.: 7877
Set Name : Naboo Starfighter
Year : 2011
Pieces : 318
Figures : 6 – Anakin Skywalker, R2-D2, Naboo Fighter Pilot (Red Jumpsuit)
                    2 Battle Droid Security (Dark Red Torso and 1 Straight Arm), Destroyer Droid
List Price : $50, Thailand ฿3,420

ดูรายละเอียดและความเป็นมาของ Naboo Starfighter หรือ N-1 ได้ที่ 7141 – Naboo Fighter

Lego จำลอง N-1 ลำนี้ออกมาเป็นชุดที่สี่ โดยมีชุด 7141 – Naboo Fighter ออกมาเป็นชุดแรกในปี 1999, ชุด 10026 – Special Edition Naboo Starfighter ปี 2002 เป็นชุดที่สอง และชุด 7660 – Naboo N-1 Starfighter and Vulture Droid ปี 2007 เป็นชุดที่สาม ซึ่งชุดนี้ และชุด 7660 ถือว่ามีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกันมาก แตกต่างกันเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เช่น N-1 ของชุดนี้จะสามารถเปิด Cockpit ได้ง่าย, มีลวยลาย (จาก sticker) ด้านบนของยานมากกว่า, มีกลไกที่สามารถดีดหุ่น R2-D2 ออกจากยาน และไม่มีกลไกการยิงจรวด (Missile Launcher) ซึ่งอาศัยแรงส่งจากสปริงภายใน เหมือนที่มีในชุด 7660 แต่มีจรวดแบบใช้นิ้วดีด (Flick-fire Missile) จำนวน 2 ลูกแทน

Minifig ที่ให้มาในชุดนี้ ถ้าไม่นับหุ่น R2-D2 แล้ว ต้องถือว่าที่เหลือเป็น Minifig ที่ออกใหม่หมด รวมถึง Destroyer Droid ก็มีการออกแบบใหม่ และมีรูปร่างต่างจากเดิม

โดยรวมถือว่าเป็นชุดหนึ่งที่น่าเก็บครับ โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มี N-1 ลำนี้ไว้ในครอบครอง

เรียงจากซ้าย Naboo Fighter Pilot, R2-D2, Anakin Skywalker ของชุดนี้เทียบกับ Anakin Skywalker, R2-D2, Naboo Fighter Pilot จากชุด 7660

อนาคินของชุดนี้ จะแตกต่างจากอนาคินจากชุด 7660 ตรงลายเสื้อ และใบหน้า โดยอนาคินของชุดนี้จะมี 2 หน้า (อีกหน้าเป็นหน้าตอนสวมแว่นแข่ง Podracer)

เปรียบเทียบ N-1 ของชุดนี้ (ซ้าย) กับชุด 7660 (ขวา)

เปรียบเทียบจากด้านบน จะเห็นได้ว่า N-1 ของทั้งสองชุดมีขนาดเท่ากันและมีรูปร่างเหมือนกันมาก


เปรียบเทียบจากด้านทแยง

เปรียบเทียบ Destroyer Droid จากชุดนี้ (ซ้าย) กับชุด 7662 (กลาง) และชุด 7203 (ขวา)

เปรียบเทียบจากด้านหน้า


เปรียบเทียบจากด้านข้าง

10144 – Sandcrawler   Leave a comment


Set No.: 10144
Set Name : Sandcrawler
Year : 2005
Pieces : 1669
Figures : 11 – Uncle Owen Lars, C-3PO, R2-D2, R5-D4, 3 Jawas, 
                    ASP droid, Gonk droid, R1-G4, Treadwell droid
List Price : $140


ทั้งหมดที่ให้มาในชุดนี้ มีส่วนที่เป็นหลังคามาให้เลือกว่าจะเป็นแบบติดตั้งปั้นจั่นหรือไม่ติดตั้ง


ประตูด้านหน้าของยานสามารถเปิดได้


พวกจาวากำลังลำเลียงหุ่นดรอยด์ลงจากยาน


ปั้นจั่นพร้อมด้วยท่อดูดสินแร่พลังแม่เหล็ก ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจับหุ่นดรอยด์ หรือขนย้าย


Owen Lars ขณะกำลังเจรจากับพวกจาวาเพื่อซื้อหุ่นดรอยด์


ลำตัวยานส่วนกลาง สามารถยกออกมาได้ แสดงให้เห็นถึงส่วนที่เป็นหอบังคับการ


Uncle Owen Lars, C-3PO, R2-D2, R5-D4


Jawa จำนวน 3 ตัว


ASP droid, Gonk droid, R1-G4, Treadwell droid

บริษัทขุดแร่ของชาวดาว Corellia ซึ่งเป็นองค์กรที่ค้นพบและสร้างอาณานิคมบนดาวจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นก็คือดาวทาทูอีน (Tatooine) องค์กรของชาว Corellian นี้ยังเป็นผู้ประดิษฐ์ยานพาหนะที่ทรงพลังอย่างเช่นแซนด์ครอว์เลอร์ (Sandcrawler) หรือ Digger crawler นี้ขึ้นมาด้วย  มันถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการขุดแร่ แต่พวกจาวา (Jawa) ได้ดัดแปลงมันเป็นบ้านเคลื่อนที่ และทำให้ภาพของ Sandcrawler ที่แสนจะใหญ่เทอะทะกำลังปีนเนินทราย เป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปบนดาวทาทูอีน

ก่อนที่สมรภูมิรบดาวยาวินจะเริ่มขึ้น พวกบริษัทขุดแร่คิดว่าทาทูอีนน่าจะเป็นดาวที่มีสินแร่มหาศาล แต่หลังจากการขุดเจาะไปไม่นาน ปริมาณแร่ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว และแทบจะหมดไปในระยะเวลาอันสั้น รวมถึงสภาพภูมิอากาศอันเลวร้ายและรวมถึงการปล้นสดมภ์จากเหล่ามนุษย์ทราย เจ้าของสมญานาม ทัสเคนเรดเดอร์ส (Tusken Raiders) ทำให้บริษัทขุดแร่ ประสบกับผลขาดทุนมากมาย และไม่มีเงินทุนเหลือพอที่จะขนยานพาหนะยักษ์นี้กลับไปด้วย

Sandcrawler หรือ Digger crawler ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ และด้วยตีนตะขาบขนาดใหญ่ ทำให้มันสามารถไปได้ทุกสภาพภูมิประเทศของดาวทาทูอีน พื้นที่ของยานมากกว่าครึ่งเป็นที่เก็บสินค้า ซึ่งเดิมใช้เป็นที่เก็บสินแร่ ส่วนที่เหลือใช้เป็น workshop สำหรับซ่อมบำรุง และปรับแต่งหุ่นยนต์และเครื่องมือเครื่องใช้ทางเทคโนโลยี่ต่างๆ ท่อดูดสินแร่พลังแม่เหล็กถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจับหุ่นดรอยด์หรือยานพาหนะตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ และส่วนบังคับการหรือสะพานเดินเรือ จะอยู่บนส่วนสูงสุดของยาน

พวกจาวา เป็นเผ่าเร่ร่อนในทะเลทราย ดำรงชีพด้วยการเก็บหุ่นยนต์และชิ้นส่วนเครื่องยนต์เก่าๆ ที่พอใช้งานได้ไปขายพวกชาวไร่บนดาวทาทูอีน พวกมันมักอาศัยอยู่ลึกเข้าไปในเขตทะเลทราย และอาศัยอยู่ในยาน Sandcrawler ขนาดใหญ่ พวกจาวามีลักษณะเด่นที่สังเกตได้ง่ายคือ มักสวมใส่ชุดเสื้อคลุมสีน้ำตาล มีผ้าคลุมศีรษะสีน้ำตาลเช่นกัน มีดวงตาสีเหลืองอร่ามส่องประกาย มีรูปร่างขนาดเล็ก มีภาษาพูดที่พูดอย่างรวดเร็วที่เรียกว่าภาษา Jawaese เป็นชาวพื้นเมืองของดาวทาทูอีน เช่นเดียวกับมนุษย์ทราย แม้ว่ามันจะมีลักษณะคล้ายกับพวก Rodent ก็ตาม พวกจาวาจะเป็นมิตรกับชาวอาณานิคมที่มาตั้งรกรากบนดาวทาทีอีนมากกว่าชาวพื้นเมืองเผ่าอื่นๆ (เช่น มนุษย์ทราย) พวกมันกลับมองว่า การมีชาวต่างดาวมาอาศัยอยู่บนดาว ทำให้พวกมันมีโอกาสทำมาค้าขายได้ง่ายขึ้น และพวกมันยังเป็นพวกที่มีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับการหลอกลวงขายหุ่นดรอยด์ล้าสมัยหรือบกพร่องให้กับพวกชาวไร่ของชาวอาณานิคม

Sandcrawler ปรากฏให้เห็นครั้งแรก ใน Star Wars : Episode IV – A New Hope ในฉากที่ R2-D2 และ C-3PO ซึ่งหลบหนีโดยยานชูชีพมาตกลงบนดาวทาทูอีน และเดินไปตามทะเลทราย จนถูกจับโดยพวกจาวา

Lego จำลอง Sandcrawler ลำนี้ออกมามีขนาดยาว 38 เซนติเมตร กว้าง 19 เซนติเมตร และสูง 22 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่พอสมควร แต่ถ้าเทียบสัดส่วนกับขนาดของยานที่เห็นในหนังแล้ว ยังถือได้ว่ามีขนาดที่เล็กกว่าที่ควรจะเป็น ยานลำนี้มีลูกเล่นตรงลำตัวยานส่วนกลาง สามารถยกออกมาได้ แสดงให้เห็นถึงส่วนที่เป็นหอบังคับการ ประตูใหญ่ด้านหน้า ก็สามารถเปิด พับลงมาได้ รวมถึงการมีเฟืองด้านหลังให้หมุนเพื่อปรับทิศทางการเคลื่อนที่ของยานได้

เป็นชุด Exclusive ชุดหนึ่งที่ไม่ได้ถูกนำเข้ามาขายในประเทศไทย แต่มีความสวยงาม และคุ้มค่าแก่การเป็นเจ้าของครับ


(ภาพจาก starwars.wikia.com)

Posted 30 กรกฎาคม 2011 by goongtomyum in Star Wars Episode IV

Tagged with , , , , , , , , ,

8092 – Luke’s Landspeeder   Leave a comment


Set No.: 8092
Set Name : Luke’s Landspeeder
Year : 2010
Pieces : 163
Figures : 6 – Luke Skywalker, Obi-Wan Kenobi, C-3PO, R2-D2, Sandtrooper, Sentry Droid
List Price : $25, Thailand  ฿2,120

ชุดนี้เป็นการจำลองมาจากฉากเบน หรือโอบีวัน เคนโนบี พาลุคและหุ่นดรอยด์ ผ่านด่านสกัดของ Sandtrooper บนดาวทาทูอีน ในภาค Star Wars : Episode IV – A New Hope

ความเป็นมาและรายละเอียดของ Landspeeder  สามารถดูได้ที่ชุด 7110 – Landspeeder

Sandtrooper หรือ Desert Trooper คือทหาร Stormtrooper ที่ได้รับการดัดแปลงชุดเกราะและติดตั้งอุปกรณ์ตลอดจนอาวุธเพื่อใช้ในภูมิอากาศที่แห้งแล้ง เช่น ทะเลทราย รวมถึงยังได้รับการฝึกพิเศษเพื่อให้คุ้นเคยกับลักษณะภูมิอากาศแห้งแล้งด้วย ในหมวกและชุดเกราะของ Sandtrooper ได้ติดตั้งเครื่องทำความเย็นเพื่อป้องกันอากาศร้อนภายนอก ชุดเกราะภายนอกดูเหมือนชุดทั่วไปของ Stormtrooper แต่มีการฉาบสารสะท้อนความร้อนเป็นพิเศษ ส่วนหมวกก็มีการติดตั้งแว่นตัดแสงสะท้อนไว้ภายในด้วย สีของเกราะบ่า (Pauldron) จะเป็นการบ่งถึงยศตำแหน่งของผู้สวม เช่น ทหารเกณฑ์ทั่วไปจะเป็นสีดำ ผู้หมู่เป็นสีส้ม และจ่าเป็นสีขาว

ถือได้ว่าเป็นชุดสุดคุ้มชุดหนึ่งของปี 2010 นี้ เพราะให้ Minifig มาเยอะมากมายถึง 6 ตัว ใครที่ยังไม่เคยมี Landspeeder มาก่อนเลย ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่จะหามาเก็บเอาไว้ซัก  1 ลำ

เปรียบเทียบ Sandtrooper จากชุดต่างๆ โดยซ้ายสุดคือ Sandtrooper จากชุด 4501 – Mos Eisley Cantina (2004)  กลางจากชุด 7659 – Imperial Landing Craft (2007) และขวาสุดจากชุดนี้


ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ Sandtrooper จากชุด 4501 จะมีเกราะบ่าเป็นสีส้ม และมีเครื่องช่วยหายใจ (Re-Breather) แต่จากชุด 7659 จะมีเกราะบ่าเป็นสีส้มเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีเครื่องช่วยหายใจ ส่วน Sandtrooper ของชุดนี้จะมีเกราะบ่าเป็นสีดำ และมีเครื่องช่วยหายใจ

เปรียบเทียบ Landspeeder จากชุดต่างๆ โดยซ้ายสุดคือ Landspeeder จากชุด 7110 – Landspeeder (1999) กลางจากชุด 4501 – Mos Eisley Cantina (2004) และขวาสุดจากชุดนี้


ยาน Landspeeder จากชุด 7110 จะมีขนาดเล็กสุด มีด้านกว้างและด้านยาวน้อยกว่า Landspeeder จากอีก 2 ชุดที่เหลือ ส่วน Landspeeder จากชุด 4501 ก็จะมีสีออกแดงเข้ม ต่างจากอีก  2 ชุดซึ่งเป็นสีแทน


(ภาพจาก starwars.wikia.com)

Posted 21 กรกฎาคม 2010 by goongtomyum in Star Wars Episode IV

Tagged with , , , , , ,

8037 – Anakin’s Y-Wing Starfighter   Leave a comment

 
Set No.: 8037
Set Name :  Anakin’s Y-Wing Starfighter
Year : 2009
Pieces : 570
Figures : 3 – Anakin Skywalker, Ahsoka Tano, R2-D2 (Clone Wars)
List Price : $60, Thailand  ฿5,650
 
 
 
 
 
 
ยาน Y-Wing หรือ BTL ที่เรารู้จักกันดีใน Star Wars มีทั้งหมด 3 แบบ โดยแบบแรก คือ BTL-B อยู่ในช่วงสงครามโคลน ส่วนอีก 2 แบบคือ BTL-A4 และ BTL-S3 อยู่ในช่วงสงครามกลางเมืองกาแล็คติก (Galactic Civil War) BTL-A4 เป็น Y-Wing ที่ฝ่ายกบฏใช้ในช่วงต้นของสงครามกลางเมือง ส่วน BTL-S3 เหมือนกับ BTL-A4 แต่ต่างจาก BTL-A4 ตรงที่ BTL-S3 ต้องใช้นักบิน 2 คน
 
BTL-B ปรากฏให้เห็นครั้งแรกใน Star Wars :The Clone Wars – Season 1 ตอนที่ 3 ซึ่งมีชื่อว่า “Shadow of Malevolence” โดยอนาคินและอาโซก้าได้บิน BLT-B นำฝูงบินเงา (Shadow Squadron) ซึ่งเป็นฝูงบินทิ้งระเบิดที่ยอดเยี่ยมที่สุดในขณะนั้น เพี่อเข้าโจมตีสะพานเดินเรือของยานเมลโวเล้นซ์ (Malevolence) ซึ่งเป็นเรือธงของกองทัพฝ่ายแบ่งแยก แต่ไม่สำเร็จและทำให้ BTL-B หลายลำของฝูงบินเงาถูกยิงตก
 
BTL-B ต้องใช้นักบิน 1 คนและพลปืนที่ป้อมปืนรูปครึ่งวงกลมที่ด้านหลังของ Cockpit อีก 1 คนสำหรับควบคุมปืนใหญ่ไอออนคู่เพื่อป้องกันยานโจมตีของข้าศึก  BTL-B ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด มีปืนใหญ่เลเซอร์คู่ที่ด้านหน้า รวมถึงติดตั้งอาวุธเช่น ลูกระเบิดโปรตอน (Proton Bombs), ตอร์ปิโดโปรตอน (Proton Torpedo Launcher) เป็นต้น
 
BTL-B Y-Wing ลำนี้ Lego จำลองออกมาโดยมีขนาด กว้าง 17.8 เซนติเมตร และยาว 43.2 เซนติเมตร ถือว่าได้มีขนาดและสัดส่วนที่กำลังดี สีเหลืองและขาวของยานสวยสดงดงามเหมือนกับในหนัง ห้องนักบินทั้งสองสามารถเปิดปิดได้ มีช่องเก็บ Light Saber ที่ด้านท้ายของตัวยาน ข้างใต้ของยานติดตั้งกลไกการยิงจรวด (Missile Launcher) ซึ่งอาศัยแรงส่งจากสปริงภายใน Minifig ตัวหุ่น R2-D2 เป็นหุ่น R2-D2 ตัวใหม่ที่มีลวดลายไม่เหมือนเดิม นับว่าเป็นยานอีกลำหนึ่งที่สวยงามและน่าเก็บทีเดียว
 
เปรียบเทียบ BTL-A4 หรือ Y-Wing ที่เราคุ้นเคยจากชุด 7658 (ซ้าย) กับ BTL-B ของอนาคินในชุดนี้ (ขวา)
เปรียบเทียบจากด้านบน จะเห็นได้ว่าทั้งสองลำมีขนาดของยานพอๆ กัน ทั้งความกว้างและความยาว
 
เปรียบเทียบจากด้านหน้า
 
เปรียบเทียบ R2-D2 รุ่นแรก (ซ้าย), R2-D2 รุ่นใหม่ (กลาง) และ R2-D2 ภาค Clone Wars ของชุดนี้ (ขวา)
 
 
R2-D2 รุ่นแรก จะมีหัวเป็นสีขาวแล้วสกรีนสีเงินและฟ้าเป็นลาย แต่หุ่น R2-D2 รุ่นใหม่ จะมีหัวเป็นสีเทาอ่อน ส่วนลำตัวของ R2-D2 รุ่นแรกและรุ่นใหม่ จะมีลายเกือบเหมือนกัน แต่หุ่น R2-D2 ภาค Clone Wars จะมีลายบนลำตัวแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน ส่วนหัวของ  R2-D2 ภาค Clone Wars แม้จะเป็นสีเทาเหมือน  R2-D2 รุ่นใหม่ แต่ลายก็ไม่เหมือนกัน นับถึงปัจจุบัน R2-D2 รุ่นใหม่  มีออกมา 4 แล้วชุด คือ 8038 – The Battle of Endor, 10188 – Death Star, 10198 – Tantive IV และ 8092 – Luke’s Landspeeder ส่วน R2-D2 ภาค Clone Wars พึ่งจะมีในชุดนี้ชุดเดียวเท่านั้น
 
(ภาพจาก starwars.wikia.com)
 

Posted 11 เมษายน 2010 by goongtomyum in Star Wars : The Clone Wars

Tagged with , , , ,

7669 – Anakin’s Jedi Starfighter   Leave a comment


Set No.: 7669
Set Name : Anakin’s Jedi Starfighter
Year : 2008
Pieces : 153
Figures : 2 – Anakin Skywalker (Clone Wars), R2-D2
List Price : $20, Thailand  ฿1,775

Jedi Starfighter ลำนี้มีชื่อเต็มคือ Delta-7B Aethersprite-class Light Interceptor หรือเรียกสั้นๆว่า Delta-7B เป็นยานรุ่นที่ถอดแบบมาจากต้นแบบของมันคือ Delta-7 แทบทุกอย่าง ข้อแตกต่างที่ชัดเจนระหว่าง Delta-7 กับ Delta-7B ก็คือ Delta-7B จะมีช่องขนาดใหญ่ตรงกลางทางด้านหน้าของ Cockpit ที่สามารถใส่หุ่นช่างและช่วยบิน (Astromech Droid) หรือหุ่นตระกูล R ลงไปได้ ในขณะที่ Delta-7 จะเอาหุ่นไว้ที่ด้านข้างของ Cockpit

หลังจาก Delta-7 หลายลำต้องสูญเสียไปในสงครามโคลน มันถูกทดแทนด้วย Delta-7B  มันมีจำนวนปืนเลเซอร์ 2 คู่ (4 กระบอก) เหมือนกัน ทำความเร็วสูงสุดในชั้นบรรยากาศได้ใกล้เคียงกัน (Delta-7B ทำได้ 1,250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ Delta-7 ทำได้ 1,260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) Delta-7B เป็นที่นิยมใช้ของเจไดหลายคน เช่น โพลคูน (Plo Koon) จะมี Delta-7B และ Delta-7 ที่มีสีและลายเช่นเดียวกัน, อนาคิน จะมี Delta-7B เป็นสีเหลืองและเทา, อาโซก้า ทาโน่ (Ahsoka Tano) กับ Delta-7B สีแดง ขาวแซมเขียว, โอบีวัน กับ Delta-7B สีแดง, คิต ฟิสโต (Kit Fisto) กับ Delta-7B สีแดงเข้มเลือดนก และสัญญลักษณ์เขียวอ่อน เป็นต้น

ยาน Delta-7B ลำนี้โผล่ให้เห็นครั้งแรกใน The Clone Wars Series ซึ่งออกฉายทางโทรทัศน์ในปี 2008 เป็นครั้งแรก (First Season) โดยในตอนที่ 6 ที่มีชื่อตอนว่า “Downfall of a Droid”  ในฉากสมรภูมิรบดาวโบทาวาย (Bothawui) อนาคินได้ขับ Delta-7B นำ V-19 Torrent Starfighter แห่งฝูงบินทองเข้าต่อสู้กับกองทัพฝายแบ่งแยกที่นำโดยนายพลกรีวัส

Lego จำลองยาน Delta-7B ออกมาได้ดี มีสีสันที่สวยงาม ขนาดและสัดส่วนก็ถือได้ว่าทำออกมาได้ดีใกล้เคียงกับในหนัง  R2-D2 ที่ใส่ในช่องข้างหน้า Cockpit มีกลไกที่ทำให้ดีดตัวออกมาได้ แม้จะดีดได้ไม่ดีนัก มี sticker ที่แม้จะต้องติดน้อยชิ้น แต่ก็ถือเป็นข้อเสียที่จะกลายเป็นข้อเสียเจ้าประจำของ Lego ทุกชุดไปเสียแล้ว โดยรวมถือว่าเป็นยานที่สวยลำหนึ่ง และแฟน Stars Wars ไม่ควรพลาดครับ

ซ้ายคือ Delta-7 ของชุด 7143 และขวาคือ  Delta-7B ของชุดนี้

เปรียบเทียบจากด้านบน จะเห็นได้ว่าลำตัวของ Delta-7 จะยาวกว่า Delta-7B อย่างชัดเจน และ Cockpit ของ Delta-7 จะมีสีจางกว่า Cockpit ของ Delta-7B ค่อนข้างมาก


เปรียบเทียบจากด้านหน้า Delta-7 จะมีความสูงกว่า Delta-7B เล็กน้อย และปีกของ Delta-7 จะหุบลงน้อยกว่าปีกของ Delta-7B


เปรียบเทียบจากด้านทแยง  จะมองเห็นขาตั้งของยาน Delta-7 ได้ชัดเจนกว่าขาตั้งของ Delta-7B

ยาน Delta-7B ลำนี้ คุณปัญญาได้เคย Review ไว้นานแล้ว ตั้งแต่ออกใหม่ๆ ในปี 2008 สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Blog ของคุณปัญญา


(ภาพจาก starwars.wikia.com)

Posted 3 มีนาคม 2010 by goongtomyum in Star Wars : The Clone Wars

Tagged with , ,

7106 – Droid Escape   Leave a comment

 
Set No.: 7106
Set Name : Droid Escape
Year : 2001
Pieces : 45
Figures : 2 – C-3PO (Pearl Light Gold), R2-D2
List Price : $6,  Thailand  ฿520
 
 
 
Escape Pod หรือยานชูชีพ เป็นยานขนาดเล็กสำหรับใช้ลิ้ภัยในกรณีฉุกเฉิน เป็นแบบมาตรฐานและจะมีติดตั้งอยู่ในยานอวกาศขนาดใหญ่ทุกลำ มันมีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ทุกชนิด ก็มีลักษณะเด่นร่วมกันอยู่หลายประการ เช่น ห้องยังชีพที่ไร้ซึ่งความสะดวกสบายและสวยงาม เพราะมันถูกดาดหวังว่าจะถูกใช้ในเวลาจำกัดเพียง 2-3 ชั่วโมง เท่านั้น (แม้จะมีน้ำและเสบียง สำหรับการอยู่รอดได้ถึง 2 อาทิตย์),  มีขนาดเล็กสำหรับบรรทุกได้ 2 คนหรือบางชนิดอาจบรรทุกได้มากกว่า จนถึง 12 คนก็ได้, มีเบาะหรือชุดสำหรับต้านทานแรง G
 
เมื่อยานชูชีพถูกปล่อยออกจากยานแม่ ระบบอัตโนมัติของยานจะค้นหาดวงดาวที่ใกล้ที่สุด โดยใช้เครื่องตรวจจับและวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (Sensor)  รวมถึงใช้เครื่องมือสื่อสารเสาะหาสัญญาณสื่อสารทุกชนิด ทำให้มันสามารถร่อนลงได้อย่างปลอดภัยบนพื้นดินของดาวที่กำหนด มียานชูชีพมากมายหลายชนิดที่ได้รับการติดตั้งระบบ Htperdrive ขนาดเล็ก สำหรับการมุ่งไปสู่ดวงดาวเป้าหมาย
 
ในฉากเปิดเรื่องของ Star Wars ที่ออกฉายครั้งแรกในปี 1977 หลังจากยานแทนทีฟ 4 (Tantive IV) ของเจ้าหญิงเลอา โดนยานพิฆาตดารา  (Star Destroyer) ของฝ่ายจักรวรรดิใช้สนามแม่เหล็กดูดเข้าไปใต้ยาน หุ่นดรอยด์ตัวเอกของเรื่องทั้งสองคือ C-3PO และ R2-D2 ได้ใช้ยานชูชีพ 1 ในจำนวน 8 ลำของแทนทีฟ 4 (รุ่น Class-6) หนีออกจากยานแม่  และไปร่อนลงบนดาวทาทูอีน (Tatooine) เพื่อตามหาโอบีวัน เคนโนบี
 
ถือได้ว่าเป็นชุดเล็กๆ ที่ classic ชุดหนึ่งครับ ที่สำคัญ ลวดลายที่สวยงามบนตัวยาน Escape Pod เป็นลาย screen บน brick ขนานแท้ ไม่ใช่ sticker ครับ
 
 
(ภาพจาก starwars.wikia.com)

 

Posted 30 พฤศจิกายน 2009 by goongtomyum in Star Wars Episode IV

Tagged with , ,

4475 – Jabba’s Message   Leave a comment

 
Set No.: 4475
Set Name : Jabba’s Message
Year : 2003
Pieces : 46
Figures : 3 – Bib Fortuna, R2-D2, C-3PO
List Price : $7, Thailand  ฿510
 
 
 
 
ชุดนี้ (4475 Jabba’s Message) และ 4476 Jabba’s Prize และ 4480 Jabba’s Palace เป็นการจำลองฉากในตอนต้นเรื่องของภาค Star Wars : Episode VI – Return Of The Jedi ซึ่งลุคและเจ้าหญิงเลอาวางแผนเข้าไปช่วยฮัน โซโลจากเงื้อมมือของแจ๊บบา (Jabba) โดยส่ง 2 หุ่นดรอยด์คือ R2-D2 และ C-3PO เข้าไปแจ้งกับแจ๊บบาว่าให้ปล่อยฮัน โซโล เป็นอิสระ และลุคจะมอบหุ่นทั้ง 2 ให้เป็นของกำนัลตอบแทน ซึ่งแน่นอนว่าแจ๊บบาได้ตอบปฏิเสธการปล่อยตัวฮัน โซโล แต่กลับยึดหุ่นดรอยด์ทั้ง 2 ตัวไว้
 
ชุดนี้จำลองเป็นประตูเข้าสู่วังของแจ๊บบา โดยเมื่อหุ่นทั้ง 2 เข้าประตูมา ก็จะพบกับ บิ๊บ ฟอร์ทูนา (Bib Fortuna) คนสนิทของแจ๊บบา ซึ่งได้สอบถามถึงความต้องการของดรอยด์ทั้ง 2 ก่อนจะพาไปพบแจ๊บบา
 
บิ๊บ ฟอร์ทูนา (Bib Fortuna) คนสนิทของแจ๊บบาเป็นชาวทวีเล็ค (Twi’lek) มาจากดาว Ryloth ซึ่งเป็นน่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะชาวทวีเล็คส่วนใหญ่เกลียดชังและต้องการที่จะฆ่าแจ๊บบา  บิ๊บ ฟอร์ทูนานิยมชมชอบในนิกายบีโอมาร์ (B’omarr) เมื่อเขาตาย สมองของเขาถูกแยกออกจากตัวตามความเชื่อของนิกายนี้
 
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ชุด 4480 Jabba’s Palace)
 

Posted 2 กันยายน 2009 by goongtomyum in Star Wars Episode VI

Tagged with , ,