Archive for the ‘Darth Vader’ Tag

เปรียบเทียบ   Leave a comment


เปรียบเทียบดาร์ธ เวเดอร์ (Darth Vader)

Lego ทำ Darth Vader ออกมาหลายรูปแบบ ตั้งแต่กลายร่างจาก Anakin เป็น Darth Vader ในชุด 8096 – Emperor Palpatine’s Shuttle, แบบธรรมดา, แบบธรรมดาแต่ชุบ Chrome (4547551) หรือแบบสะบักสะบอมจากการต่อสู้ในชุด 7672 – Rogue Shadow ซึ่งแต่ละแบบที่กล่าวมาข้างต้น เราสามารถที่จะจำแนกความแตกต่างได้อย่างง่ายดายและชัดเจน

แต่ใน Darth Vader แบบธรรมดาเองนั้น ก็ยังมีข้อแตกต่างกันอีกเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละช่วงเวลาที่ Lego ได้ทำออกมา ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ สามารถแบ่งออกเป็นแบบต่างๆ ได้ดังนี้

ลำดับที่ 1 จากชุด 7150 หัวเป็นสีเทาแบบเก่า มีในชุด 7150, 7152, 3340, 7200, 10123
ลำดับที่ 2 หัวเป็นสีเทาอ่อน (Light Blulish Grey) มีรอยแผลเป็นเหนือคิ้วซ้าย 1 รอย ไม่มีรอยแผลเป็นที่หน้าซีกขวา มีในชุด 7262, 10131
ลำดับที่ 3 เมื่อกดที่หัว แล้วดาบจะเรืองแสง (Light-Up Lightsaber) ไม่มีคิ้ว มีในชุด 7263 เพียงชุดเดียว
ลำดับที่ 4 หัวเป็นสีเทาอ่อน (Light Blulish Grey) มีรอยแผลเป็นเหนือคิ้วซ้าย 2 รอย และที่หน้าซีกขวา 2 รอย มีในชุด 7264, 6211
ลำดับที่ 5 Torso เป็นลายใหม่ หัวเป็นสีเทาอ่อน (Light Blulish Grey) มีรอยแผลเป็นเหนือคิ้วซ้าย 2 รอย และที่หน้าซีกขวา 2 รอย คิ้วขมวดและค่อนข้างติดกับลูกตา มีในชุด 8017, 10188

Advertisements

Posted 14 พฤษภาคม 2011 by goongtomyum in เปรียบเทียบ

Tagged with

10131 – TIE Collection   Leave a comment


Set No.: 10131
Set Name : TIE Collection
Year : 2004
Pieces : 682
Figures : 4 – Darth Vader, 2 TIE Pilot, Ace-6 Droid Brain
List Price : $70


ฝูงบิน TIE โดย หน้าซ้าย คือ TIE Automated Fighter, หน้าขวา คือ TIE Advanced X1, หลัง คือ TIE Fighter ทั้ง 2 ลำ


ภาพถ่ายจากด้านบน จะเห็นได้ว่า TIE Automated Fighter มีความยาวของปีกมากกว่าลำอืน ๆ อย่างชัดเจน


ยาน TIE ทั้งหมด สามารถเปิดห้องนักบิน (Cockpit) ได้


จากซ้าย Darth Vader, 2 TIE Pilot และ Ace-6 Droid Brain (ขวาสุด)

ชุดนี้เป็นการรวบรวมยาน TIE หลากหลายแบบ รวมทั้งหมด 4 ลำเข้าไว้ในชุดเดียวกัน โดยทั้ง 4 ลำ ได้แก่ TIE Fighter 2 ลำ, TIE Advanced X1 ลำ และ TIE Automated Fighter อีก 1 ลำ และชุดนี้ไม่ได้ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ผมต้องขอขอบคุณคุณหมอปูเป็นอย่างสูงสำหรับการเอื้อเฟื้อชุดนี้แก่ผมในครั้งนี้

รายละเอียดและความเป็นมาของ TIE Fighter สามารถดูได้ที่ 7146 – TIE Fighter

TIE Fighter ของชุดนี้ จะเหมือนกับ TIE Fighter ของชุด 7263 – TIE Fighter ที่ออกมาในปี 2005 ทุกประการ แต่แตกต่างกับ TIE Fighter ของชุด 7146 TIE Fighter ที่ออกมาแรกสุดในปี 2001 เพียงเล็กน้อย

รายละเอียดและความเป็นมาของ TIE Advanced X1 สามารถดูได้ที่ 7150 – TIE Fighter & Y-Wing

Lego ทำ TIE Advanced X1 ลำนี้ออกมาเป็นครั้งที่ 2 (ไม่นับรวมชุด Ultimate Collector หรือชุด Mini Set) โดยมีขนาด รูปร่าง และสีสันใกล้เคียงกับ ชุด 7150 TIE Fighter & Y-Wing แต่ก็มีบางส่วนแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น TIE Advanced X1 ลำใหม่นี้ มีลายสีน้ำเงินบนปีกเพิ่มมากขึ้น ส่วนหลังของห้องนักบิน (Cockpit) มีขนาดใหญ่กว่าลำเดิมมาก และห้องนักบินจะเปิดจากส่วนหน้าได้ (เหมือนกับ TIE FIghter) ในขณะที่ชุด 7150 จะเปิดได้เฉพาะส่วนบนของห้องนักบินเท่านั้น ซึ่งโดยรวมแล้ว ถือว่าทำออกมาได้สวยงามกว่าเดิม

TIE Automated Fighter หรือ Droid Starfighter ปรากฏให้เห็นครั้งแรกในหนังสือการ์ตูนชุดเรื่อง Dark Empire ซึ่งเล่าเรื่องหลังจากสมรภูมิรบดาวเอ็นดอร์จบสิ้น และกองทัพจักรวรรดิอยู่ภายใต้ผู้นำคนใหม่ นั่นคือร่างโคลนของจักรพรรดิพัลพาทีน

ลักษณะของ TIE Automated Fighter ก็เหมือนกับการเอา ส่วนของห้องนักบินและเครื่องกำเนิดพลังไอออนคู่ของยาน TIE Fighter ธรรมดา มาติดตั้งปืนใหญ่เลเซอร์คู่ และเสริมด้วยเเกราะสี่เหลื่ยมผืนผ้าปรับเมุมอียงได้ที่ด้านข้างทั้งสองข้าง แต่แม้จะมีเกราะที่หนากว่าเดิม มันกลับมีความเร็วเหนือกว่ายาน TIE ทุกชนิดที่เคยมีมาก่อน

แนวความคิดในการพัฒนายาน TIE Automated Fighter นี้ ทางจักรวรรดิต้องการให้มันเป็นแบบอัติโนมัติ โดยแรกเริ่มนั้นต้องการให้นักบินคนเดียวสามารถควบคุมเครื่องได้หลายเครื่อง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เกิดประสิทธิภาพที่เพียงพอได้ จึงเปลี่ยนมาใช้หุ่นดรอยด์ควบคุมแต่ละลำแทน เช่นเดียวกับที่เคยใช้กับ Droid Fighter หรือดรอยด์แร้งในช่วงสงครามโคลน โดยใน TIE Automated Fighter แต่ละลำจะมีหุ่นดรอยด์ Ace-6 ซึ่งเป็น Droid Brain ควบคุมอยู่ โดยดรอยด์นี้จะสามารถอัปเดทเทคนิคใหม่ๆในการต่อสู้ได้ตลอดเวลา แต่แม้กระนั้น มันก็ยังถูกสอยร่วงโดยนักบินที่เป็นมนุษย์ได้โดยไม่ยากเย็น

TIE Automated Fighter ลำนี้ ถือเป็นยานในส่วนขยายจากเนื้อเรื่องหลักของ Star Wars (Expanded Universe หรือ EU) ที่ Lego ทำออกมาเป็นครั้งแรก

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า TIE Automated Fighter ลำนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก ไม่ใช่ว่า Lego ทำออกมาไม่สวย แต่ว่าเป็นที่ design ของยาน TIE Automated Fighter เองที่ทำออกมาได้ไม่สวย มีรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างต่างจากยานตระกูล TIE ลำอื่นๆ (หรือว่าผมไม่รู้สึกคุ้นกับมัน :)) และข้อเสียอีกข้อก็คือ หุ่น Droid Brain ซึ่งน่าจะทำออกมาให้ดูดีกว่านี้ได้

คนที่เป็นปลื้มกับยาน TIE หรือต้องการสร้างกองบินของจักรวรรดิ ไม่ควรพลาดชุดนี้ครับ


(ภาพจาก starwars.wikia.com)

7263 – TIE Fighter   4 comments

 
Set No.: 7263
Set Name : TIE Fighter
Year : 2005
Pieces : 159
Figures : 2 – Darth Vader with Light-Up Lightsaber, TIE Pilot
List Price : $20, Thailand ฿1,450

รายละเอียดและความเป็นมาของ TIE Fighter สามารถดูได้ที่ 7146 – TIE Fighter

TIE Fighter ลำนี้ ถูก Lego จำลองออกมาเป็นครั้งที่ 3 (ไม่นับรวมชุด Mini Set) โดยมีขนาด รูปร่าง และสีสัน เหมือนกับ TIE Fighter ของชุด 10131 TIE Collection ที่ออกมาในปี 2004 ทุกประการ แต่แตกต่างกับ TIE Fighter ของชุด 7146 TIE Fighter ที่ออกมาแรกสุดในปี 2001 เพียงเล็กน้อย ส่วนที่แตกต่างกันก็เช่น ปีกของ TIE Fighter ลำนี้จะมีมุมแหลมในขณะที่ปีกของชุด 7146 จะตัดตรงไม่มีมุมแหลม  สีเทาของชุดนี้ ก็เป็นสีเทาแบบ Blulish Grey ในขณะที่ชุด 7146 จะเป็นสีเทาแบบเก่า (Grey) และส่วนบนของห้องนักบินก็จะไม่เหมือนกัน

ตัว Minifig ที่เป็น Darth Vader ที่ให้มาในชุดนี้ จะเป็นแบบกดที่หัวแล้วดาบจะเรืองแสง (Light-Up Lightsaber) จึงแตกต่างอย่างชัดเจนจาก Darth Vader รุ่นอื่นๆ และถือเป็น Minifig ตัวแรกที่มีดาบเรืองแสงแบบนี้

โดยรวมแล้ว ถือว่าเป็นชุดหนึ่งที่น่าสนใจครับ โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มี TIE Fighter ในความครอบครองแม้แต่ลำเดียว

เปรียบเทียบ TIE Fighter ของชุดนี้ (ซ้าย) กับ TIE Fighter ของชุด 7146 (ขวา)

เปรียบเทียบจากด้านข้าง จะเห็นว่าปีกของทั้งสองลำแตกต่างกัน


เปรียบเทียบจากด้านบน จะเห็นว่า มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย

Posted 8 เมษายน 2011 by goongtomyum in Star Wars Episode IV

Tagged with , ,

7264 – Imperial Inspection   2 comments

 

Set No.: 7264
Set Name : Imperial Inspection
Year : 2005
Pieces : 367
Figures : 10 – Emperor Palpatine, Darth Vader, 2 Royal Guard
                      2 Imperial Officer (Cavalry Kepi), 4 Stormtrooper (Printed Legs)
List Price : $50, Thailand ฿2,490


ยาน Imperial Shuttle กางปีกเต็มที่ขณะบิน


ศูนย์ซ่อมบำรุง และยานซ่อมบำรุง ภายในอู่จอดยานของ Death Star II


จักรพรรดิพัลพาทีน ขณะฟังรายงานความคืบหน้าการสร้าง Death Star II จากดาร์ธ เวเดอร์

ชุดนี้ เป็นชุดที่ Lego จำลองฉากการมาตรวจการสร้าง Death Star II ของจักรพรรดิพัลพาทีนหรือ Imperial Inspection ขนาดย่อม ซึ่งก็ถือได้ว่า Lego ทำออกมาได้กระทัดรัด แต่สื่อได้ตรงจุดทีเดียว โดยในชุดนี้จะมียาน Imperial Shuttle เป็นตัวเอก และให้ Minifig มามากถึง 10 ตัว พร้อมแถมศูนย์ซ่อมบำรุง และยานซ่อมบำรุงมาให้อีกด้วย

ดูความเป็นมาและรายละเอียดของ Imperial Shuttle หรือ Lambda-class T-4a Shuttle ลำนี้ได้ที่ 7166 – Imperial Shuttle

ยาน Imperial Shuttle ในชุดนี้ ทำออกมาเหมือนกับ Imperial Shuttle ของชุด 7166 – Imperial Shuttle เกือบ 100% มีข้อแตกต่างเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เช่น ส่วนหัวของ Imperial Shuttle ในชุดนี้ จะสั้นกว่า Imperial Shuttle ของชุด 7166 อยู่เล็กน้อย ปืนที่ด้านหลังของยานก็จะอยู่คนละตำแหน่งกัน และสีเทาของชุดนี้ ก็เป็นสีเทาแบบ Blulish Grey ในขณะที่ชุด 7166 จะเป็นสีเทาแบบเก่า (Grey) ซึ่งเมื่อดูโดยรวมแล้ว ก็ต้องบอกว่า Imperial Shuttle ลำนี้มีความสวยงามทีเดียว ทั้งรูปร่าง สัดส่วน และสีสันต่างๆ ปีกทั้งสองข้างสามารถที่จะพับขึ้นลงได้ และด้านหลังก็เปิดประตูได้เช่นเดียวกัน

จุดเด่นของชุดนี้ ก็คงเป็น Minifig ที่ให้มามากถึง 10 ตัว และที่สำคัญ ส่วนใหญ่ก็แตกต่างจาก Minifig ที่เคยมีก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. Stormtrooper มีการพิมพ์ลวดลายที่ขา (Printed Legs) และให้มาถึง 4 ตัว เป็น Stormtrooper แบบที่มีเฉพาะในชุดนี้เพียงชุดเดียวเท่านั้น
2. Imperial Officer ซึ่งเป็นนายทหารฝ่ายจักรวรรดิกับหมวกทหารม้าฝ่ายใต้ ซึ่งพึ่งจะปรากฎในชุดนี้เป็นครั้งแรก minifig ตัวนี้ จะมีเฉพาะในชุดนี้เพียงชุดเดียวเท่านั้น (ชุด 10212 – Imperial Shuttle UCS จะต่างกันตรงหัว)
3. Darth Vader หัวเป็นสี Light Blulish Grey มีรอยแผลเป็นที่หน้าซีกขวา 2 รอย เหนือคิ้วซ้าย 2 รอย ซึ่งจะมีในชุดนี้ และชุด 6211 – Imperial Star Destroyer
4. Emperor Palpatine หัวและมือเป็นสี Light Blulish Grey (Torso เป็นแบบเดิม) ซึ่งจะมีเฉพาะในชุดนี้เพียงชุดเดียวเท่านั้น

ถือเป็นชุดหนึ่งที่คุ้มค่า แฟน Lego Star Wars ตัวจริงไม่ควรพลาดครับ

เปรียบเทียบยาน Imperial Shuttle ของชุดนี้ (ซ้าย) กับ Imperial Shuttle ของชุด 7166 (ขวา)

มองจากด้านบน จะเห็นได้ว่าทั้งสองลำมีขนาดเท่ากัน


ทั้งสองลำมีขนาด และรูปร่างเหมือนกัน


มองจากข้างหลัง จะเห็นข้อแตกต่างกันเล็กน้อย ตรงตำแหน่งของปืน และประตูท้ายยาน

7200 – Final Duel I   Leave a comment

 
Set No.: 7200
Set Name : Final Duel I
Year : 2002
Pieces : 31
Figures : 2 – Darth Vader, Emperor Palpatine
List Price : $7, Thailand  ฿520
 
 
 
 
ในฉากไคลแมกซ์ของภาค Star Wars : Episode VI – Return Of The Jedi ที่ออกฉายในปี 1983 ลุค สกายวอคเกอร์ (Luke Skywalker) ยอมให้ทหารฝ่ายจักรวรรดิจับตัว เพื่อที่จะได้พบกับดาร์ธ เวเดอร์ (Darth Vader) ซึ่งลุคเชื่อว่ายังมีความดีหลงเหลืออยู่ และอาจหันมาช่วยเขาสู้กับจักรพรรดิพัลพาทีน (Emperor Palpatine) ก็เป็นได้
 
ชุดนี้จะเป็นการจำลองดาร์ธ เวเดอร์ และจักรพรรดิพัลพาทีนขณะอยู่ในท้องพระโรงบน Death Star ดวงที่ 2 และเมื่อรวมกับชุด 7201 – Final Duel II ก็จะเป็นฉากสมบูรณ์ตามเนื้อเรื่อง
 

Posted 1 พฤษภาคม 2010 by goongtomyum in Star Wars Episode VI

Tagged with ,

7251 – Darth Vader Transformation   Leave a comment

 
Set No.: 7251
Set Name :  Darth Vader Transformation
Year : 2005
Pieces : 53
Figures : 2 – Darth Vader Ep.3 without Cape,
                    Anakin Skywalker with Black Right Hand (without hair)
List Price : $7, Thailand  ฿495
 
 
 
 
 
เมื่ออนาคินดวลดาบไลท์เซเบอร์แพ้โอบีวันในภาค Star Wars : Episode III – Revenge Of The Sith จักรพรรดิ์พัลพาทีนได้นำตัวของเขาไปยังศูนย์แพทย์ที่ดาวคอรัสซังต์ หุ่นยนต์แพทย์แปลงร่างของอนาคินเป็นดาร์ธ เวเดอร์ (Darth Vader) เต็มตัวในชุดเกราะสีดำ มีหน้ากากพร้อมท่อหายใจและเครื่องช่วยมอง เครื่องสูบอากาศเริ่มทำงานพร้อมส่งเสียงดังตามจังหวะของการหายใจ มันจะทำหน้าที่แทนปอดที่เสียหายของอนาคินตลอดไป
 
ถีอเป็นชุดเล็กๆ ที่น่าสนใจชุดหนึ่งครับ แต่จะว่าไป ในฉากนี้ อนาคินจะต้องไม่มีแขนซ้ายและขาทั้งสองข้างแล้ว เหลือแต่แขนขวาข้างเดียว แต่ Lego คงคิดว่า ถ้าทำออกมาแค่นั้นคงไม่งามเป็นแน่แท้ สู้ทำออกมาเต็มตัวเลยน่าจะดีกว่า ที่สำคัญ Minifig อนาคินตัวนี้ มีอยู่ในชุดนี้เพียงชุดเดียวครับ
 
(ขอขอบคุณคุณหมอปูเจ้าของชุดนี้ และเจ้าของสถานที่ถ่ายทำไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ)
 

Posted 19 เมษายน 2010 by goongtomyum in Star Wars Episode III

Tagged with ,

10188 – Death Star   Leave a comment

 
Set No.: 10188
Set Name : Death Star
Year : 2008
Pieces : 3803
Figures : 24
List Price : $400, Thailand  ฿40,000
  
ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณคุณหมอปู เจ้าของสถานที่และเจ้าของ Death Star ชุดนี้ คุณหมอปูฝากบอกทุกคนด้วยว่า คนที่อยากเป็นเจ้าของ Death Star ดวงนี้ เมื่อได้ชุดนี้มา ควรต้องลาหยุดงานอย่างน้อย 1 วัน ไม่งั้นไม่มีทางต่อเสร็จ เพราะชิ้นส่วนมันเยอะมากมาก
 
ต้องบอกว่าเมื่อได้เห็นทีแรก ตะลึงกับความใหญ่อลังการเลยครับ รูปที่ถ่ายมาไม่ค่อยดีนัก เพราะความใหญ่ ทำให้หามุมถ่ายได้ลำบาก และเนื่องจากมี Minifig จำนวนมากถึง 24 ตัว ผมขอแจกแจงก่อนเลยนะครับ
 
IMG_3155a
Luke Skywalker (Stormtrooper outfit), Han Solo (Stormtrooper outfit), Han Solo (Black Vest), Princess Leia (White Dress), Luke Skywalker (Tatooine)
 
IMG_3197a 
2 Stormtrooper, 2 Death Star Trooper, Darth Vader (Death Star)
 
IMG_3159a
R2-Q5, 2 Royal Guard with Black Hands, Emperor Palpatine (Death Star), Protocol Droid
 
IMG_3204a
R2-D2, C-3PO (Pearl Gold), Grand Moff Tarkin, Assassin Droid (White)
 
IMG_3200a
Luke Skywalker (Jedi Knight), Obi-Wan Kenobi (Old, with Hood and Cape), Chewbacca
 
IMG_3379a 
Dianoga, Interrogation Droid, Mouse Droid
 
IMG_3382a
TIE Advanced X1
 
Lego ทำ Death Star ออกมาแล้ว 2 ชุดแล้ว คือชุด 10143 Death Star II ออกในปี 2005 มีความสูง 65 เซนติเมตร (รวมส่วนฐาน) และกว้าง 50 เซนติเมตร มีชิ้นส่วนรวม 3,441 ชิ้น และชุดนี้ (10188) ซึ่งสูง 41 เซนติเมตร และกว้าง 42 เซนติเมตร มีชิ้นส่วนรวม 3,803 ชิ้น เมื่อเปรียบเทียบกัน ชุดนี้จะมีขนาดเล็กกว่า แต่จะน่าสนใจกว่าสำหรับใครหลายคนตรงที่มี Minifig ให้มาอย่างล้นหลามถึง 24 ตัวและบางตัวก็ไม่เคยมีในชุดใดใดมาก่อนเลย ทำให้ชุดนี้เป็นที่ต้องการมากของใครหลายๆ คนที่ชอบ Minifig แม้ว่าถ้าเทียบ Scale ตามท้องเรื่องแล้ว ขนาดของ Death Star จะต้องใหญ่มโหฬารกว่านี้มากมาก ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ในทางการค้า แต่อย่างไรก็ตาม การทำ Death Star ออกมาในรูปลักษณะแบบนี้ ก็ถือเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว
 
ในตัว Death Star ของชุดนี้จะแบ่งส่วนเป็น 3 ชั้น แต่ละชั้นก็จะแบ่งเป็นห้องย่อยต่างๆ ซึ่งจำลองฉากบางฉากที่เกิดบน Death Star และ  Death Star II เอาไว้ เรียงลำดับการเกิดก่อนหลังของฉากต่างๆ ได้ดังนี้
 
เหตุการณ์บน Death Star ในภาค Star Wars : Episode IV – A New Hope
  –  ฉากผู้ว่าการทาร์กิ้น วางแผนกับ ดาร์ธ เวเดอร์ เพื่อบีบบังคับให้เจ้าหญิงเลอาบอกตำแหน่งฐานทัพของฝ่ายกบฏ โดยให้ Death Star ยิงทำลายดาวอัลเดอรานทั้งดวง
  –  ฉากลุค กับฮัน โซโล ปลอมเป็น Stormtrooper บุกเข้าไปในที่คุมขังเจ้าหญิงเลอา
  –  ฉากลุค, ฮัน โซโล เจ้าหญิงเลอา ชิวแบคก้า (Chewbacca) ติดอยู่ในห้องบีบอัดขยะ ซึ่งผนังทั้ง  2 ด้านกำลังบีบตัวเข้าหากันและมีตัวประหลาด Dianoga ในน้ำที่รอจัดการกับเหยื่อ
  –  ฉาก R2-D2 และ C-3PO หลบอยู่ในห้องควบคุมการจอดยาน
  –  ฉากโอบีวัน ลอบผ่าน Stormtrooper เข้าไปปิดเครื่องกำเนิดพลังงานทำให้สนามแม่เหล็กทำงานไม่ได้ เพื่อให้ Millennium Falcon บินออกจาก Death Star ได้
  –  ฉากลุคกับเจ้าหญิงเลอาโหนเชือกหนี Stormtrooper ไปอีกฝั่งของปล่องท่อระบายลมขนาดใหญ่ใน Death Star
 
เหตุการณ์บน Death Star II ในภาค Star Wars : Episode VI – Return Of The Jedi
  –  ฉากลุคดวลดาบเลเซอร์กับดาร์ธ เวเดอร์ต่อหน้าจักรพรรดิพัลพาทีน
 
4 รูปต่อไปนี้ เป็นรูปถ่ายด้านข้างทั้ง 4 ด้าน โดยหมุนตัว Death Star จากหน้าไปซ้าย และ หน้าไปซ้าย จนครบทั้ง  4 ด้าน
 
 
 
 
4 รูปต่อไป เป็นรูปถ่ายเฉพาะชั้นบนของ Death Star ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ห้องย่อย ถ่ายหมุนเรียงตามลำดับจากหน้าไปซ้าย
IMG_3356a
ฉาก R2-D2 และ C-3PO หลบอยู่ในห้องควบคุมการจอดยาน
 
IMG_3330a
ฉากผู้ว่าการทาร์กิ้น วางแผนกับ ดาร์ธ เวเดอร์ เพื่อให้เจ้าหญิงเลอาบอกตำแหน่งฐานทัพของฝ่ายกบฏ
 
IMG_3334a
 
IMG_3396a
 
4 รูปต่อไป เป็นรูปถ่ายเฉพาะชั้นกลางของ Death Star ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ห้องย่อย
IMG_3225a
ฉาก Death Star Trooper ในห้องบังคับการ
 
IMG_3212a
ฉากฮัน โซโล ปลอมเป็น Stormtrooper บุกเข้าไปในที่คุมขังเจ้าหญิงเลอา
 
IMG_3221a
ฉากลุคดวลดาบเลเซอร์กับดาร์ธ เวเดอร์ต่อหน้าจักรพรรดิพัลพาทีน
 
IMG_3344a
ฉาก TIE Advanced X1 ในลานจอดยาน
 
4 รูปต่อไป เป็นรูปถ่ายเฉพาะชั้นล่างของ Death Star ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ห้องย่อย
IMG_3351a
 
IMG_3325a
ฉากลุค, เจ้าหญิงเลอา ชิวแบคก้า (Chewbacca) ติดอยู่ในห้องบีบอัดขยะ ซึ่งผนังทั้ง  2 ด้านกำลังบีบตัวเข้าหากันและมีตัวประหลาด Dianoga ในน้ำที่รอจัดการกับเหยื่อ (เจ้าหญิงเลอาในรูปนี้ ยืมมาจากชุดอื่นครับ)
 
IMG_3328a
ฉากโอบีวัน ลอบผ่าน Stormtrooper เข้าไปปิดเครื่องกำเนิดพลังงาน
 
IMG_3370a
ฉากลุคกับเจ้าหญิงเลอาโหนเชือกหนี Stormtrooper ไปอีกฝั่งของปล่องท่อระบายลมขนาดใหญ่ใน Death Star
 
Death Star ถือเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดใน Star Wars สามารถยิงทำลายดาวทั้งดวงให้หายไปจากจักรวาลได้ภายในพริบตาโดยปืนรวมแสง Superlaser ในภาค A New Hope ซึ่งเราเห็น Death Star เป็นครั้งแรก ผู้ว่าการทาร์กิ้น (Grand Moff Tarkin หรือ Wilhuff Tarkin, Moff เป็นตำแหน่งผู้ปกครองเขต หรือ Sector ภายใต้  Galactic Empire) ได้ทดลองประสิทธิภาพของ Death Star ดวงแรกโดยยิงทำลายดาวอัลเดอราน (Alderaan) ของเจ้าหญิงเลอา (Leia) ทำให้ดาวทั้งดวงระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ กระจายไปทั่วอวกาศ
 
Death Star ดวงแรกถูกทำลายโดย Luke Skywalker ในสมรภูมิรบดาวยาวิน (Yavin) โดย Luke ขับ X-Wing บินเข้าไปยิงระเบิดโปรตอนลงไปในปล่องระบายความร้อนของเครื่องกำเนิดพลังงานของ Death Star ทำให้เกิดระเบิดต่อเนื่องเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ ทำลาย Death Star จากภายใน ส่วน Death Star ดวงที่สองในภาค Return Of The Jedi ถูกทำลายโดย Wedge Antilles และ Lando Calrissian ในสมรภูมิรบดาวเอ็นดอร์ (Endor) โดยฝ่ายกบฏวางแผนให้ Han Solo นำหน่วยกล้าตายลงไปทำลายเครื่องสร้างเกราะพลังบนดวงจันทร์เอ็นดอร์ที่ป้องกัน Death Star ส่วน Wedge ขับ X-Wing และ Lando ขับ  Millennium Falcon บินเข้าไปตามท่อวกวนแคบๆ ที่เข้าสู่ใจกลางของ Death Star และยิงระเบิดโปรตอนเข้าสู่เครื่องกำเนิดพลังงานโดยตรง ทำให้เกิดระเบิดต่อเนื่องเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ ทำลาย Death Star จากภายในเช่นกัน
 
Death Star กำเนิดจากความคิดของ Raith Sienar วิศวกรผู้ปราดเปรื่องของฝ่ายจักรวรรดิ (เขาเป็นคนสร้าง Scimitar และ TIE Fighter ด้วย) เขาได้เสนอความคิดของเขาต่อทาร์กิ้น ซึ่งทาร์กิ้นก็ได้นำไปเสนอต่อยังสมุหนายกพัลพาทีน (Supreme Chancellor Palpatine) หรืออีกนัยหนึ่งก็คือดาร์ธซีเดียส (Darth Sidious) ซึ่งเป็นเจ้าแห่งซิธ (Sith Lord) ด้วยความที่ต้องการปกครองจักรวรรดิให้อยู่ภายใต้ความหวาดกลัวต่ออำนาจของเขา ดาร์ธซีเดียสได้มอบให้ศิษย์ของเขา เคาท์ดูกู (Count Dooku) นำต้นแบบของ Death Star สู่ดาวจีโอโนซิส (Geonosis) ซึ่งมีโรงงานการผลิตที่ก้าวหน้ามากมาย เพื่อทำแบบด้านวิศวกรรม และปรับปรุงด้านเทคนิคต่างๆ ก่อนการก่อสร้าง
 
ระหว่างการสู้รบในสมรภูมิรบดาวจีโอโนซิส เคาท์ดูกูได้หลบหนีออกจากดาวจีโอโนซิส โดยก่อนหลบหนี Poggle the Lesser ซึ่งเป็นผู้นำหรือ Archduke ของชาวจีโอโนเซี่ยน ได้มอบแบบแปลนที่สมบูรณ์ของ Death Star แก่เคาน์ดูกู (ฉากส่งมอบ Disc แบบแปลนนี้ จะมีให้เห็นในตอนท้ายของภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones) เมื่อเคาท์ดูกูหนีมาถึงดาวคอรัสซังต์ (Coruscant) ก็ได้ส่งแบบแปลนที่สมบูรณ์นี้คืนแก่ดาร์ธซีเดียส ในระหว่างสงครามโคลน กองร้อย 501(501st Legion) ถูกมอบหมายภารกิจให้ไปยังดาว Mygeetoo เพื่อรวบรวมแร่คริสตัลโบราณที่สามารถให้พลังงานอันมหาศาล เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของ Death Star และหลังจากพัลพาทีนเปลี่ยนการระบบการปกครองใหม่ โดยล้มระบบสาธารณรัฐลง จัดตั้งเป็นจักรวรรดิแห่งกาแล็คซี่ (Galactic Empire) ขึ้น พร้อมกับตั้งตัวเองเป็นจักรพรรดิ เขาได้มอบให้ทาร์กินดำเนินการก่อสร้าง Death Star อย่างลับๆ ซึ่งหลังจากมันถูกสร้างเสร็จ Death Star ก็ได้กลายเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดของฝ่ายจักรวรรดิ
 


(ภาพจาก starwars.wikia.com)