Archive for the ‘Chewbacca’ Tag

7260 – Wookiee Catamaran   1 comment


Set No.: 7260
Set Name : Wookiee Catamaran
Year : 2005
Pieces : 376
Figures : 6 – Yoda, Chewbacca, Wookiee Warrior,
                    Luminara Unduli, 2 Clone Trooper Ep.3 (Green Markings)
List Price : $50, Thailand ฿3,770

IMG_36097a
ภาพรวมทั้งหมดของชุดนี้

IMG_36109a
Oevvaor Jet Catamaran

IMG_36121a
Swamp Speeder

IMG_36069a
Yoda, Chewbacca, Wookiee Warrior

IMG_36070a
Luminara Unduli, 2 Clone Trooper (Episode III)

Oevvaor Jet Catamaran เป็นยานพาหนะทางอากาศของชาววูกี้ รูปร่างเหมือนเรือใบ ชี่อ Oevvaor ถูกตั้งตามชื่อของสัตว์เลื้อยคลานนักล่าชนิดหนึ่งที่ซุ่มอยู่ตามชายฝั่งของดาวคาชีค (Kashyyyk) ลำตัวของยานแข็งแรงทนทานมาก แม้ว่าจะถูกทำขึ้นมาด้วยมือจากไม้ของต้น Wroshyr Tree ซึ่งเป็นต้นไม้ท้องถิ่นของดาวคาชีค ยานมีความรวดเร็วว่องไว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ต่อต้านแรงดึงดูด (Repulsorlift) คู่ซึ่งทำให้ลอยตัวอยู่ได้ในชั้นบรรยากาศ เครื่องยนต์จำพวก Podracer คู่สำหรับขับเคลื่อนไปข้างหน้า และหางเสือคู่ที่ท้ายลำตัวยานแต่ละข้างสำหรับการบังคับทิศทาง มันสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 420 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บินได้สูงสุด 1,000 เมตร วัตถุประสงค์ดั้งเดิมของยานนี้ก็คือเพื่อใช้ในการล่าสัตว์และการกีฬา มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำสงคราม จึงไม่มีเกราะ และไม่ได้ติดตั้งอาวุธใดๆ

Swamp Speeder ดูรายละเอียดได้ที่ 75035 – Kashyyyk Troopers

กองพันปิดล้อมที่ 442 (442nd Siege Battalion) เชี่ยวชาญในการปิดล้อมฐานทัพของศัตรู มีสีเขียวเป็นสีประจำเหล่าทัพ ในช่วงสงครามโคลน พวกเขาถูกส่งไปเพื่อยึดดาว Cato Neimoidia ฐานที่มั่นของฝ่ายสหพันธ์การค้า มียานพาหนะประจำหน่วยได้แก่ AT-RT และ Swamp Speeder

แม้ชื่อชุดจะมีแค่ยานลำเดียวคือ Wookiee Catamaran แต่กลับมียานถึง 2 ลำในชุดนี้ คือเพิ่ม Swamp Speeder มาอีกหนึ่งลำ ซึ่ง Lego จำลองยานทั้งสองลำออกมาได้ดี มีสัดส่วน สีสัน และรูปร่างที่สวยงาม ยาน Catamaran ของพวกวูกี้ มีขนาดกว้าง 23 เซนติเมตร ยาว 39.5 เซนติเมตร และสูง 13 เซนติเมตร ดูค่อนข้างจะใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับขนาดของยานลำอื่นๆ และมีรูปร่างที่แตกต่างจากในหนังพอสมควร ตัวยานมีลูกเล่น คือ มีกลไกยิงจรวด (Missile Launcher) ซึ่งอาศัยแรงส่งจากสปริงภายใน ทำให้สามารถยิงลูกจรวดออกไปได้ไกลมาก และส่วนท้ายของยานสามารถเปิดปิดเพื่อทิ้งลูกระเบิดได้ ส่วน Swamp Speeder มีขนาดกว้าง 11.5 เซนติเมตร ยาว 14 เซนติเมตร และสูง 7 เซนติเมตร ปืนที่ด้านหน้าของยานสามรถหมุนขึ้นลง หรือหมุนซ้ายขวาได้ ตัว Minifig ของลูมินาร่า อันดูลี เมื่อกดที่หัวจะมีไฟสว่างที่ตัวดาบ (Light-Up Lightsaber) ซึ่งเป็น 1 ใน Minifig เพียง 5 ตัวเท่านั้นที่เป็นแบบนี้ (ขณะที่ review นี้ ไฟไม่ติดแล้ว แต่ตอนที่ได้มาแรกๆ ไฟยังติดอยู่ครับ) ส่วน Clone Trooper (Episode III) ที่มีแถบสีเขียวบนหมวกและบนชุดเกราะสีขาว ก็มีอยู่ในชุดนี้เพียงชุดเดียวเท่านั้น โดยรวมแล้ว ถือเป็นชุดที่น่าสนใจเครับ โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องการเก็บเจไดให้ครบ



(ภาพจาก starwars.wikia.com)

โฆษณา

9516 – Jabba’s Palace   2 comments


Set No.: 9516
Set Name : Jabba’s Palace
Year : 2012
Pieces : 717
Figures : 9 – Jabba The Hutt, Salacious B. Crumb, Bib Fortuna, Gamorrean Guard, Oola, B’Omarr Monk,
                    Han Solo, Princess Leia (Boushh outfit), Chewbacca
List Price : $120, Thailand ฿9,000

IMG_28575a
วังของแจ๊บบาเมื่อมองจากด้านนอกที่มีประตูเข้า

IMG_28585a
เปิดหลังคาออกเพื่อให้เห็นรายละเอียดภายในรวมถึง Minifig ทุกตัว

IMG_28603a
เจ้าหญิงเลอาปลอมตัวเป็นนักล่าค่าหัวชื่อ บูช (Boushh) แกล้งทำเป็นว่าจับชิวแบคก้า (Chewbacca) มาเพื่อรับเงินรางวัล

IMG_28597a

IMG_28594a
แจ๊บบาเปิดประตูกลเพื่อส่งอูล่า (Oola) นักเต้นระบำสาวชาวทวีเล็ค (Twi’lek) ลงไปเป็นเหยื่อให้กับตัวแรนคอร์ (Rancor)

IMG_28658a
เจ้าหญิงเลอาขณะช่วยฮัน โซโลออกจากแท่งคาร์บอไนต์

IMG_28645a
Jabba The Hutt, Salacious B. Crumb

IMG_28647a
Bib Fortuna, Gamorrean Guard, Oola, B’Omarr Monk

IMG_28654a
Han Solo, Princess Leia in Boushh outfit, Chewbacca

IMG_28657a
ใบหน้าอีกด้านของ Han Solo และ Princess Leia

ดูรายละเอียดของวังของแจ๊บบา (Jabba’s Palace) และตัวละครบางตัวได้ที่ 4480 – Jabba’s Palace, 4475 – Jabba’s Message และ 4476 – Jabba’s Prize

วังของแจ๊บบา (Jabba’s Palace) ถูกทำออกมาครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง โดยครั้งแรกออกมาในปี 2003 ใน version ล่าสุดนี้ Lego ทำออกมาได้ดีทีเดียว ดูคล้ายกับรูปลักษณ์ภายนอกของวังของแจ๊บบาที่อยู่ในหนังเลย ส่วนภายในก็เก็บรายละเอียดการตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้ดี มีทั้งถังยาสูบของแจ๊บบา และแท่งคาร์บอไนต์ (Carbonite) ที่มีฮันถูกแช่แข็งภายใน

ในชุดนี้ให้ Minifigures มาถึง 9 ตัว และมีตัวละครหลายตัวที่ไม่เคยมีในชุดไหนมาก่อน ได้แก่ บูช (Boushh), อูล่า (Oola) และ Salacious Crumb

บูช (Boushh) เป็นนักล่าค่าหัวชาว Ubese หรือ Ubesian จากดาว Uba IV เพศชาย มีความสูง 150 เซนติเมตร ชาว Ubese เป็นพวกเร่ร่อนและพเนจรในกาแล็คซี่ การมีนิสัยเกลียดกลัวคนแปลกหน้าอื่น ทำให้พวกนี้ที่เป็นนักล่าค่าหัว หรือทหารรับจ้างแต่งตัวอย่างปกปิด และมิดชิด Boushh เริ่มเป็นนักล่าค่าหัวตั้งแต่ยังเยาว์วัย ประสพการณ์ที่ยาวนานจึงทำให้เขาเป็นนักล่าค่าหัวที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เป็นคนที่ไม่ไว้ใจใคร เขามักหากินอยู่แถบริมขอบนอก (Outer Rim Territories) เขาเคยเข้าร่วมกับนักล่าค่าหัวคนอื่นเพื่อตามล่าเจไดที่หลงเหลือในช่วงคำสั่งที่ 66 มาแล้ว

อูล่า (Oola) เป็นนักเต้นระบำสาวชาวทวีเล็ค (Twi’lek) ที่อยู่ในวังของแจ๊บบา เธอเป็นลูกสาวของอดีตหัวหน้าเผ่าคนหนึ่งบนดาวไรลอธ (Ryloth) เธอถูกบิ๊บ ฟอร์ทูนา (Bib Fortuna) คนสนิทของแจ๊บบาซึ่งเป็นชาวทวีเล็คเหมือนกับเธอล่อลวงมาเป็นสาวนักเต้น เพื่อมอบเธอเป็นของขวัญให้กับแจ๊บบา แต่เธอเต้นระบำไม่ถูกใจแจ๊บบา แจ๊บบาจึงส่งเธอลงไปเป็นอาหารให้กับตัวแรนคอร์ (Rancor) สัตว์เลี้ยงแสนดุร้ายของแจ๊บบา

Salacious Crumb เป็นสัตว์ประเภทครึ่งลิงครึ่งตะกวดจากดาว Kowak (Kowakian monkey-lizard) เป็นสายพันธุ์สัตว์เลื้อยคลานชนิดสองเท้า มีความฉลาดเฉลียวเป็นอย่างยิ่ง และสามารถพูดได้โดยไม่หยุด Crumb ทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวตลกประจำราชสำนัก คอยให้ความบันเทิงแก่แจ๊บบา แจ๊บบามักจะพูดเสมอว่า “ทุกวัน และทั้้งวัน เจ้า Crumb เจ้าจะต้องทำให้ข้าหัวเราะ หรือไม่ก็กลายเป็นอาหารของข้า” ในเวลาที่แจ๊บบาไม่อยากต้อนรับแขกคนไหน หรือไม่อยากพบแขกคนไหน Crumb ก็จะทำหน้าที่เหมือนเป็นลูกสมุนของแจ๊บบาที่คอยข่มขู่แขกคนนั้น โดยการพูดซ้ำคำพูดที่โหดร้ายและคุกคามขอแจ๊บบา

ตัววังของแจ๊บบาชุดใหม่นี้มีความกว้าง 19 เซนติเมตร ยาว 29 เซนติเมตร และสูง 25 เซนติเมตร มีลูกเล่นและกลไกต่างๆ มากมาย เช่น ที่ซ่อนสมบัติ บัลลังก์ของแจ๊บบาที่เลื่อนได้ ประตูกลที่เป็นกับดัก ประตูทางเข้าที่เลื่อนขึ้นลงได้ ปืนหน้าประตูที่หมุนขึ้นลงได้ จรวดแบบใช้นิ้วดีด (Flick-fire Missile) ที่หลังคา หลังคาที่สามารถเปิดได้ และหอคอยที่สามารถถอดแยกได้ มีรูปร่างและสีสันที่สวยสดงดงาม ถือเป็นชุดหนึ่งที่แฟน Star Wars ไม่ควรพลาดครับ

ขณะที่ผมเขียนรีวิวชุดนี้ มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า ชาวตุรกีที่นับถือศาสนาอิสลามได้พากันต่อต้านชุด Jabba’s Palace ของ Lego ชุดนี้ โดยพวกเขาให้เหตุผลว่า Lego ตั้งใจออกแบบวังของแจ๊บบาให้มีรูปร่างคล้ายกับวิหารฮาเยียโซเฟีย หรือ ฮาเจียโซเฟีย (Hagia Sophia) วิหารอิสลามอันศักดิ์สิทธิ์ของตุรกี ซึ่งเป็นการดูถูกศาสนาของเขาอย่างมาก และท้ายที่สุด Lego ก็ตั้งใจที่จะงดการจำหน่ายชุด Jabba’s Palace ชุดนี้ในตุรกีอย่างเป็นทางการแล้ว

เปรียบเทียบ Jabba The Hutt ของชุดนี้ (ซ้าย) กับ Jabba The Hutt จากชุด 4480 – Jabba’s Palace (ปี 2003)
IMG_28618a
แจ๊บบาตัวใหม่จะมีลวดลายบนตัวทั้งใบหน้าและดวงตาอย่างชัดเจน ดูดีกว่าตัวเดิม และมีหางที่สั้นกว่าเดิม

เปรียบเทียบวังของแจ๊บบาของชุดนี้ (ซ้าย) กับวังของแจ๊บบาจากชุด 4480 – Jabba’s Palace รวมกับชุด 4475 – Jabba’s Message และ 4476 – Jabba’s Prize
IMG_28615a
เปรียบเทียบจากด้านหน้า

IMG_28626a
เปรียบเทียบจากด้านข้าง

IMG_28631a
เปรียบเทียบจากด้านบน (ชุดใหม่จะเปิดหลังคาให้เห็นภายในด้วย)

7879 – Hoth Echo Base   2 comments


Set No.: 7879
Set Name : Hoth Echo Base
Year : 2011
Pieces : 773
Figures : 9 – Luke Skywalker (Bacta Tank Outfit), Princess Leia (Hoth Outfit, French Braid Hair), Han Solo (Hoth Outfit),
                     Chewbacca, R-3PO, 2-1B Medical Droid, 2 Snowtrooper, Tauntaun
List Price : $90, Thailand ฿6,500


ตัวฐานทัพสามารถยืดออกเป็นแนวยาวต่อกันได้


ลุคกำลังรักษาตัวอยู่ใน Bacta Tank ภายใต้การดูแลของ 2-1B Medical Droid


เจ้าหญิงเลอาในห้องบัญชาการรบ


ทอนทอนในกรงขังภายในฐานทัพ


ฮัน โซโลกำลังขี่ทอนทอนออกลาดตระเวณ


Snowtrooper กับปืนกลบลาสเตอร์ (E-Web heavy repeating blaster) และขณะขี่ 74-Z Speeder Bike


Luke Skywalker (Bacta Tank Outfit), Princess Leia (Hoth Outfit, French Braid Hair), Han Solo (Hoth Outfit), Chewbacca


R-3PO, 2-1B Medical Droid, 2 Snowtrooper

Echo Base หรือ ฐานเอ็คโค่ เป็นชื่อของฐานทัพลับของฝ่ายกบฏบนดาวน้ำแข็งดวงที่ 6 ในระบบดาวโฮธ (Hoth) ซึ่งมีแต่ความหนาวเย็นและพายุหิมะ โดยกองทัพกบฏได้ย้ายฐานลับหนีมาจากดาวยาวิน 4 (Yavin IV) หลังจากที่นั่นไม่เป็นความลับอีกต่อไป ฉากที่ชุดนี้จำลองมาเป็นฉากภายในฐานทัพซึ่งมีทั้งตอนที่ลุครักษาตัวอยู่ใน Bacta Tank ภายใต้การดูแลของ 2-1B Medical Droid, ฉากเจ้าหญิงเลอาในห้องบัญชาการรบ, ฉากตัวทอนทอน (Tauntaun) ในกรงขังภายในฐานทัพ เป็นต้น

ตัวฉากทั้งหมด เมื่อประกบเป็นสี่เหลี่ยม จะมีขนาดกว้าง 26 เซนติเมตรและยาว 29 เซนติเมตร และเมื่อกางออกจะกลายเป็นฉากที่มีความยาว 52 เซนติเมตร ในชุดนี้ จะมี Minifig ใหม่ คือ ลุคในชุดเกือบเปลือย แช่น้ำยารักษาแผลใน Bacta Tank, เจ้าหญิงเลอา ในชุดดาวโฮธแบบใหม่พร้อมผมเปียทรงใหม่ และหุ่น R-3PO สีแดงสด (ส่วน ฮันโซโล ต่างจากเดิมเพียง Hood คลุมหัว และ 2-1B Medical Droid ต่างจากเดิมเพียงแขน) ถือเป็นชุดหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะให้ Minifig มาถึง 9 ตัว และนานๆ ครั้ง กว่าธีม Star Wars จะมีการทำเป็นฉากจำลองออกมา (ส่วนใหญ่จะเป็นยานพาหนะ)

ก่อนหน้านี้ Lego ได้ทำชุด 7666 – Hoth Rebel Base ออกมาในปี 2007 และ 7749 – Echo Base ออกมาในปี 2009 ซึ่งทั้งสองชุดก็เป็นการจำลองฉากภายในฐานเอ็คโค่เช่นกัน ซึ่งเมื่อนำทั้ง 2 ชุดมารวมกับชุดนี้ ก็จะได้ฐานเอคโค่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีเรื่องราวหลากหลายมากขึ้น

จัดรวมชุด 7879 – Hoth Echo Base (ชุดนี้), ชุด 7666 – Hoth Rebel Base และชุด 7749 – Echo Base เข้าด้วยกัน


Snowtrooper ใช้ปืนกลบลาสเตอร์ (E-Web heavy repeating blaster) เข้าต่อสู้กับป้อมปืนใหญ่เลเซอร์ (DF.9 Anti-infantry laser battery) ของฝ่ายกบฏ


หุ่น R-3PO (สีแดง) ของชุดนี้ และหุ่น K-3PO (สีขาว) จากชุด 7666 – Hoth Rebel Base

8038 – The Battle of Endor   Leave a comment

 
Set No.: 8038
Set Name : The Battle of Endor
Year : 2009
Pieces : 890
Figures : 12
List Price : $100, Thailand  ฿8,430
 
ชุดนี้ให้ Minifig มาถึง 12 ตัว ถือว่าค่อนข้างเยอะครับ ผมขอแจกแจงก่อนเลยนะครับ
 
Han Solo (Falcon), Princess Leia (Endor Outfit), Chewbacca (Reddish Brown), R2-D2
 
Chief Chirpa (Ewok), Wicket (Ewok), Paploo (Ewok), Imperial Trooper
 
Rebel Commando Frown, Rebel Commando Beard, 2 Scout Trooper
 
เอ็นดอร์ (Endor) เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในบริวาร 9 ดวงของดาวก๊าซยักษ์ Endor (หรือ Tana) ในระบบทวิสุริยะ รู้จักกันทั่วไปในนาม ดวงจันทร์ป่าดงดิบ (ดวงจันทร์เอ็นดอร์ จะเป็นที่รู้จักกว่าดาวก๊าซยักษ์เอ็นดอร์) พื้นที่เป็นป่าทึบ ทุ่งหญ้า และเทือกเขา มีประชากรประมาณ 30 ล้าน ประกอบไปด้วย อีว็อค (Ewok), ยัซซัม (Yuzzums), Teeks และ Gorphs  ฝ่ายจักรววรดิยึดครองดาวดวงนี้ไว้เพื่อใช้สร้างเกราะสนามพลังงานคุ้มกันให้กับ Death Star ดวงที่ 2 ที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง การรบ ณ สมรภูมิแห่งนี้ เป็นการรบที่ฝ่ายกบฏสามารถพลิกมาเอาชัยชนะเหนือฝ่ายจักรวรรดิได้อย่างค่อนข้างเด็ดขาด และเป็นจุดสิ้นสุดยุคของจักรวรรดิ
 
 
 
 
 
 
 
 
ถือว่าเป็นชุดใหญ่ชุดหนึ่งครับ เพราะมีทั้ง ฐานทัพ (Bunker), ไอ้ขาไก่ (AT-ST), Speeder Bike, เครื่องร่อน และเครื่องยิงหิน (Catapult) สามารถเอาทั้งหมดมาจำลองการรบในสมรภูมิรบดาวเอ็นดอร์ได้อย่างสบาย (จะดีมากเลยถ้าให้ทหาร Imperial Trooper ในชุดดำเพิ่มมาอีก)  ตัวบังเกอร์ออกแบบมาได้ดี สีสันสวยงาม แม้จะดูว่ามี scale เล็กไปบ้าง มีลูกเล่นตรงประตูเลื่อนปิดเปิดได้ และถ้ากดที่จานด้านบน ชิ้นส่วนที่เป็นผนังก็จะกระเด็นออกมาเหมือนโดนระเบิด (มีกลไกที่เป็นสปริงอยู่ภายใน)  ไอ้ขาไก่ (AT-ST) ได้รับการ redesign ใหม่ (เป็นครั้งที่ 2) สามารถหันหัวได้ และก้าวขาได้ แต่สมดุลย์ไม่ดีนัก ถ้าก้าวขาออกมาอาจทำให้ล้มได้ง่าย  74-Z Speeder Bike ก็ได้รับการได้รับการ redesign ใหม่ (เป็นครั้งที่ 2) เช่นกัน โดยเอา part ที่เป็นลำตัวของรถสามล้อ (Tricycle Body) มาทำเป็นลำตัวของ Speeder Bike เลย ซึ่งก็ทำให้ Speeder มีขนาดกระทัดรัดขึ้น  ส่วนเครื่องร่อนและเครื่องยิงหินก็ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูดีขึ้นเช่นกัน และเครื่องยิงหินสามารถยิงได้ค่อนข้างไกลทีเดียว แต่ที่ถือว่าเป็นทีเด็ดของชุดนี้สำหรับผมแล้วก็คือ Minifig ของตัวอีว็อคทีมีรายละเอียดที่สวยงาม (ดีกว่าในชุด 7139 – Ewok Attack มาก) และชุด Commando ฝ่ายกบฏที่ทำออกมาเป็นครั้งแรก ข้อดีอีกอย่างก็คือ ชุดนี้ไม่มี sticker ครับ สรุปโดยรวมแล้วถือว่าเป็นชุดที่น่าเก็บเป็นอย่างยิ่งครับ
 
เปรียบเทียบไอ้ขาไก่ 3 version ครับ โดยเปรียบเทียบชุดนี้กับชุด 7657 AT-ST (ปี 2007) และชุด 7127 Imperial AT-ST (ปี 2001)
 
ซ้ายคือชุด 7657 กลางคือชุดนี้ และขวาคือชุด 7127 
เปรียบเทียบจากด้านหน้า จะเห็นว่าชุด 7657 มีความสูงที่สุด
 
เปรียบเทียบจากด้านข้าง
 
ชุด 7657 (ซ้าย) จะหันหัวได้ ชุด 7127 (ขวา) จะขยับขาได้ แต่ชุดนี้ (กลาง) จะทำได้ทั้ง 2 อย่าง
 
เปรียบเทียบ 74-Z Speeder Bike ทั้ง 3 version โดยเปรียบเทียบชุดนี้กับชุด 7139 Ewok Attack (ปี 2002) และชุด 7128 Speeder Bikes (ปี 2001)
 
ซ้ายคือชุด 7139 กลางคือชุดนี้ และขวาคือชุด 7128
เปรียบเทียบจากด้านทแยง
 
เปรียบเทียบจากด้านบน จะเห็นว่าชุดนี้ ลำตัวยานสั้นที่สุด
 
เปรียบเทียบ เครื่องร่อน และเครื่องยิงหินกับชุด 7139 Ewok Attack (ปี 2002)
 
เครื่องร่อนทางซ้ายคือชุดนี้ และขวาคือชุด 7139
 
เครื่องยิงหินทางซ้ายคือชุดนี้ และขวาคือชุด 7139
 
เปรียบเทียบตัวอีว็อคกับชุด 7139 Ewok Attack (ปี 2002)
 
ตัวที่ 2 และ 4 คือตัวอีว็อคจากชุด 7139 ส่วนตัวอีว็อคของชุดใหม่นี้ จะมีการ paint สีของผ้าคลุมหัวรวมถึงมีลวดลายบนผ้าด้วย ส่วนนัยน์ตาก็มีการทำสีเป็นตาดำและตาขาวเช่นกัน นอกจากนี้ส่วนบนของตัวอีว็อคแต่ละตัวนี้ก็จะแยกใส่ถุงพลาสติก ถุงละชิ้นไม่ปนกับ part อื่น
 

7127 – Imperial AT-ST   Leave a comment

 
Set No.: 7127
Set Name : Imperial AT-ST
Year : 2001
Pieces : 107
Figures : 1 – Chewbacca (Brown)
List Price : $10, Thailand  ฿778
 
 
 
 
 
ผมได้เคยพูดถึง AT-ST ไปแล้ว 2 ชุด คือ 7657 – AT-ST และ 10174 – Ultimate Collector’s AT-ST แต่ AT-ST ตัวนี้ คือตัวที่ Lego ทำออกมาเป็นตัวแรกในปี 2001 โดยให้มาพร้อมกับ ชิวแบคก้า (Chewbacca) แทนที่จะเป็นพลขับเหมือนกับชุด 7657 นั่นหมายความว่า ชุดนี้เป็นการจำลองมาจากฉากสมรภูมิรบบนดวงจันทร์เอ็นดอร์ (Endor) ในภาค Star Wars : Episode VI – Return Of The Jedi ซึ่งในระหว่างที่ฝ่ายกบฏกำลังจะเพลี่ยงพล้ำให้แก่ฝ่ายจักรวรรดิ ชิวแบคก้า ได้ยึดไอ้ขาไก่ตัวนึงได้ (ขอเรียก AT-ST ว่า “ไอ้ขาไก่” แทนนะครับ) เลยทำให้สถานการณ์การรบพลิกผัน และฝ่ายกบฏกลับมาเป็นฝ่ายชนะในที่สุด
 
ชื่อเต็มของไอ้ขาไก่คือ All Terrain Scout Transport มันเป็นยานพาหนะลาดตระเวนและทำการรบขนาดเบาของฝ่ายจักรวรรดิ มีความสูง 8.6 เมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีพลประจำยาน  2 คน คือพลขับและพลปืน ติดตั้งปืนใหญ่เลเซอร์คู่ที่ด้านหน้า, ปืนบลาสเตอร์ขนาดเบาที่ด้านขวา และเครื่องยิงลูกระเบิด (Concussion-Grenade Launcher) ที่ด้านซ้าย  มีเกราะหนาขนาดปานกลางที่สามารถป้องกันการยิงจากปืนขนาดเล็กได้
 
ระบบการเดิน 2 ขาของไอ้ขาไก่ แม้จะมีข้อดีคือสามารถทำความเร็วได้ถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมงในทุกสภาพภูมิประเทศ แต่ก็เป็นจุดอ่อนที่สำคัญอย่างหนึ่ง นั่นก็คือมันถูกทำให้เสียการทรงตัวได้ง่ายและทำให้เกิดความเสียหายตามมาอย่างใหญ่หลวง
 
Lego ทำ AT-ST ชุดนี้ออกมาได้ไม่เลว สัดส่วนทำได้ดี สีสันค่อนข้างแปลกตา คือมีสีพื้นเป็นเทา และมีสีน้ำตาลแซม แต่ก็เข้ากันดีกับยาน Bike Speeder ที่มีสีน้ำตาลเหมือนกัน มีขาขยับไปมาหน้าหลังได้ (ในขณะที่ชุด 7657 ขยับขาไม่ได้) ถือได้ว่าเป็นชุดหนึ่งที่น่าเก็บมากทีเดียว
 
ดูรูปถ่ายเปรียบเทียบระหว่าง AT-ST ชุดนี้กับชุด 7657 ได้ที่ 7657 – AT-ST
 
(ภาพจาก starwars.wikia.com)
 

Posted 5 สิงหาคม 2009 by goongtomyum in Star Wars Episode VI

Tagged with ,

10188 – Death Star   Leave a comment

 
Set No.: 10188
Set Name : Death Star
Year : 2008
Pieces : 3803
Figures : 24
List Price : $400, Thailand  ฿40,000
  
ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณคุณหมอปู เจ้าของสถานที่และเจ้าของ Death Star ชุดนี้ คุณหมอปูฝากบอกทุกคนด้วยว่า คนที่อยากเป็นเจ้าของ Death Star ดวงนี้ เมื่อได้ชุดนี้มา ควรต้องลาหยุดงานอย่างน้อย 1 วัน ไม่งั้นไม่มีทางต่อเสร็จ เพราะชิ้นส่วนมันเยอะมากมาก
 
ต้องบอกว่าเมื่อได้เห็นทีแรก ตะลึงกับความใหญ่อลังการเลยครับ รูปที่ถ่ายมาไม่ค่อยดีนัก เพราะความใหญ่ ทำให้หามุมถ่ายได้ลำบาก และเนื่องจากมี Minifig จำนวนมากถึง 24 ตัว ผมขอแจกแจงก่อนเลยนะครับ
 
IMG_3155a
Luke Skywalker (Stormtrooper outfit), Han Solo (Stormtrooper outfit), Han Solo (Black Vest), Princess Leia (White Dress), Luke Skywalker (Tatooine)
 
IMG_3197a 
2 Stormtrooper, 2 Death Star Trooper, Darth Vader (Death Star)
 
IMG_3159a
R2-Q5, 2 Royal Guard with Black Hands, Emperor Palpatine (Death Star), Protocol Droid
 
IMG_3204a
R2-D2, C-3PO (Pearl Gold), Grand Moff Tarkin, Assassin Droid (White)
 
IMG_3200a
Luke Skywalker (Jedi Knight), Obi-Wan Kenobi (Old, with Hood and Cape), Chewbacca
 
IMG_3379a 
Dianoga, Interrogation Droid, Mouse Droid
 
IMG_3382a
TIE Advanced X1
 
Lego ทำ Death Star ออกมาแล้ว 2 ชุดแล้ว คือชุด 10143 Death Star II ออกในปี 2005 มีความสูง 65 เซนติเมตร (รวมส่วนฐาน) และกว้าง 50 เซนติเมตร มีชิ้นส่วนรวม 3,441 ชิ้น และชุดนี้ (10188) ซึ่งสูง 41 เซนติเมตร และกว้าง 42 เซนติเมตร มีชิ้นส่วนรวม 3,803 ชิ้น เมื่อเปรียบเทียบกัน ชุดนี้จะมีขนาดเล็กกว่า แต่จะน่าสนใจกว่าสำหรับใครหลายคนตรงที่มี Minifig ให้มาอย่างล้นหลามถึง 24 ตัวและบางตัวก็ไม่เคยมีในชุดใดใดมาก่อนเลย ทำให้ชุดนี้เป็นที่ต้องการมากของใครหลายๆ คนที่ชอบ Minifig แม้ว่าถ้าเทียบ Scale ตามท้องเรื่องแล้ว ขนาดของ Death Star จะต้องใหญ่มโหฬารกว่านี้มากมาก ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ในทางการค้า แต่อย่างไรก็ตาม การทำ Death Star ออกมาในรูปลักษณะแบบนี้ ก็ถือเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว
 
ในตัว Death Star ของชุดนี้จะแบ่งส่วนเป็น 3 ชั้น แต่ละชั้นก็จะแบ่งเป็นห้องย่อยต่างๆ ซึ่งจำลองฉากบางฉากที่เกิดบน Death Star และ  Death Star II เอาไว้ เรียงลำดับการเกิดก่อนหลังของฉากต่างๆ ได้ดังนี้
 
เหตุการณ์บน Death Star ในภาค Star Wars : Episode IV – A New Hope
  –  ฉากผู้ว่าการทาร์กิ้น วางแผนกับ ดาร์ธ เวเดอร์ เพื่อบีบบังคับให้เจ้าหญิงเลอาบอกตำแหน่งฐานทัพของฝ่ายกบฏ โดยให้ Death Star ยิงทำลายดาวอัลเดอรานทั้งดวง
  –  ฉากลุค กับฮัน โซโล ปลอมเป็น Stormtrooper บุกเข้าไปในที่คุมขังเจ้าหญิงเลอา
  –  ฉากลุค, ฮัน โซโล เจ้าหญิงเลอา ชิวแบคก้า (Chewbacca) ติดอยู่ในห้องบีบอัดขยะ ซึ่งผนังทั้ง  2 ด้านกำลังบีบตัวเข้าหากันและมีตัวประหลาด Dianoga ในน้ำที่รอจัดการกับเหยื่อ
  –  ฉาก R2-D2 และ C-3PO หลบอยู่ในห้องควบคุมการจอดยาน
  –  ฉากโอบีวัน ลอบผ่าน Stormtrooper เข้าไปปิดเครื่องกำเนิดพลังงานทำให้สนามแม่เหล็กทำงานไม่ได้ เพื่อให้ Millennium Falcon บินออกจาก Death Star ได้
  –  ฉากลุคกับเจ้าหญิงเลอาโหนเชือกหนี Stormtrooper ไปอีกฝั่งของปล่องท่อระบายลมขนาดใหญ่ใน Death Star
 
เหตุการณ์บน Death Star II ในภาค Star Wars : Episode VI – Return Of The Jedi
  –  ฉากลุคดวลดาบเลเซอร์กับดาร์ธ เวเดอร์ต่อหน้าจักรพรรดิพัลพาทีน
 
4 รูปต่อไปนี้ เป็นรูปถ่ายด้านข้างทั้ง 4 ด้าน โดยหมุนตัว Death Star จากหน้าไปซ้าย และ หน้าไปซ้าย จนครบทั้ง  4 ด้าน
 
 
 
 
4 รูปต่อไป เป็นรูปถ่ายเฉพาะชั้นบนของ Death Star ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ห้องย่อย ถ่ายหมุนเรียงตามลำดับจากหน้าไปซ้าย
IMG_3356a
ฉาก R2-D2 และ C-3PO หลบอยู่ในห้องควบคุมการจอดยาน
 
IMG_3330a
ฉากผู้ว่าการทาร์กิ้น วางแผนกับ ดาร์ธ เวเดอร์ เพื่อให้เจ้าหญิงเลอาบอกตำแหน่งฐานทัพของฝ่ายกบฏ
 
IMG_3334a
 
IMG_3396a
 
4 รูปต่อไป เป็นรูปถ่ายเฉพาะชั้นกลางของ Death Star ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ห้องย่อย
IMG_3225a
ฉาก Death Star Trooper ในห้องบังคับการ
 
IMG_3212a
ฉากฮัน โซโล ปลอมเป็น Stormtrooper บุกเข้าไปในที่คุมขังเจ้าหญิงเลอา
 
IMG_3221a
ฉากลุคดวลดาบเลเซอร์กับดาร์ธ เวเดอร์ต่อหน้าจักรพรรดิพัลพาทีน
 
IMG_3344a
ฉาก TIE Advanced X1 ในลานจอดยาน
 
4 รูปต่อไป เป็นรูปถ่ายเฉพาะชั้นล่างของ Death Star ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ห้องย่อย
IMG_3351a
 
IMG_3325a
ฉากลุค, เจ้าหญิงเลอา ชิวแบคก้า (Chewbacca) ติดอยู่ในห้องบีบอัดขยะ ซึ่งผนังทั้ง  2 ด้านกำลังบีบตัวเข้าหากันและมีตัวประหลาด Dianoga ในน้ำที่รอจัดการกับเหยื่อ (เจ้าหญิงเลอาในรูปนี้ ยืมมาจากชุดอื่นครับ)
 
IMG_3328a
ฉากโอบีวัน ลอบผ่าน Stormtrooper เข้าไปปิดเครื่องกำเนิดพลังงาน
 
IMG_3370a
ฉากลุคกับเจ้าหญิงเลอาโหนเชือกหนี Stormtrooper ไปอีกฝั่งของปล่องท่อระบายลมขนาดใหญ่ใน Death Star
 
Death Star ถือเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดใน Star Wars สามารถยิงทำลายดาวทั้งดวงให้หายไปจากจักรวาลได้ภายในพริบตาโดยปืนรวมแสง Superlaser ในภาค A New Hope ซึ่งเราเห็น Death Star เป็นครั้งแรก ผู้ว่าการทาร์กิ้น (Grand Moff Tarkin หรือ Wilhuff Tarkin, Moff เป็นตำแหน่งผู้ปกครองเขต หรือ Sector ภายใต้  Galactic Empire) ได้ทดลองประสิทธิภาพของ Death Star ดวงแรกโดยยิงทำลายดาวอัลเดอราน (Alderaan) ของเจ้าหญิงเลอา (Leia) ทำให้ดาวทั้งดวงระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ กระจายไปทั่วอวกาศ
 
Death Star ดวงแรกถูกทำลายโดย Luke Skywalker ในสมรภูมิรบดาวยาวิน (Yavin) โดย Luke ขับ X-Wing บินเข้าไปยิงระเบิดโปรตอนลงไปในปล่องระบายความร้อนของเครื่องกำเนิดพลังงานของ Death Star ทำให้เกิดระเบิดต่อเนื่องเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ ทำลาย Death Star จากภายใน ส่วน Death Star ดวงที่สองในภาค Return Of The Jedi ถูกทำลายโดย Wedge Antilles และ Lando Calrissian ในสมรภูมิรบดาวเอ็นดอร์ (Endor) โดยฝ่ายกบฏวางแผนให้ Han Solo นำหน่วยกล้าตายลงไปทำลายเครื่องสร้างเกราะพลังบนดวงจันทร์เอ็นดอร์ที่ป้องกัน Death Star ส่วน Wedge ขับ X-Wing และ Lando ขับ  Millennium Falcon บินเข้าไปตามท่อวกวนแคบๆ ที่เข้าสู่ใจกลางของ Death Star และยิงระเบิดโปรตอนเข้าสู่เครื่องกำเนิดพลังงานโดยตรง ทำให้เกิดระเบิดต่อเนื่องเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ ทำลาย Death Star จากภายในเช่นกัน
 
Death Star กำเนิดจากความคิดของ Raith Sienar วิศวกรผู้ปราดเปรื่องของฝ่ายจักรวรรดิ (เขาเป็นคนสร้าง Scimitar และ TIE Fighter ด้วย) เขาได้เสนอความคิดของเขาต่อทาร์กิ้น ซึ่งทาร์กิ้นก็ได้นำไปเสนอต่อยังสมุหนายกพัลพาทีน (Supreme Chancellor Palpatine) หรืออีกนัยหนึ่งก็คือดาร์ธซีเดียส (Darth Sidious) ซึ่งเป็นเจ้าแห่งซิธ (Sith Lord) ด้วยความที่ต้องการปกครองจักรวรรดิให้อยู่ภายใต้ความหวาดกลัวต่ออำนาจของเขา ดาร์ธซีเดียสได้มอบให้ศิษย์ของเขา เคาท์ดูกู (Count Dooku) นำต้นแบบของ Death Star สู่ดาวจีโอโนซิส (Geonosis) ซึ่งมีโรงงานการผลิตที่ก้าวหน้ามากมาย เพื่อทำแบบด้านวิศวกรรม และปรับปรุงด้านเทคนิคต่างๆ ก่อนการก่อสร้าง
 
ระหว่างการสู้รบในสมรภูมิรบดาวจีโอโนซิส เคาท์ดูกูได้หลบหนีออกจากดาวจีโอโนซิส โดยก่อนหลบหนี Poggle the Lesser ซึ่งเป็นผู้นำหรือ Archduke ของชาวจีโอโนเซี่ยน ได้มอบแบบแปลนที่สมบูรณ์ของ Death Star แก่เคาน์ดูกู (ฉากส่งมอบ Disc แบบแปลนนี้ จะมีให้เห็นในตอนท้ายของภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones) เมื่อเคาท์ดูกูหนีมาถึงดาวคอรัสซังต์ (Coruscant) ก็ได้ส่งแบบแปลนที่สมบูรณ์นี้คืนแก่ดาร์ธซีเดียส ในระหว่างสงครามโคลน กองร้อย 501(501st Legion) ถูกมอบหมายภารกิจให้ไปยังดาว Mygeetoo เพื่อรวบรวมแร่คริสตัลโบราณที่สามารถให้พลังงานอันมหาศาล เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของ Death Star และหลังจากพัลพาทีนเปลี่ยนการระบบการปกครองใหม่ โดยล้มระบบสาธารณรัฐลง จัดตั้งเป็นจักรวรรดิแห่งกาแล็คซี่ (Galactic Empire) ขึ้น พร้อมกับตั้งตัวเองเป็นจักรพรรดิ เขาได้มอบให้ทาร์กินดำเนินการก่อสร้าง Death Star อย่างลับๆ ซึ่งหลังจากมันถูกสร้างเสร็จ Death Star ก็ได้กลายเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดของฝ่ายจักรวรรดิ
 


(ภาพจาก starwars.wikia.com)

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

6212 – X-Wing Fighter   Leave a comment

 
Set No.: 6212
Set Name: X-Wing Fighter
Year: 2006
Pieces : 437
Figures : 6 – Luke Skywalker (Pilot), Princess Leia (Hoth Outfit),  
                     Han Solo (Hoth Jacket Pattern), Chewbacca,  
                     Wedge Antilles, R2-D2
List Price : $50, Thailand  ฿3,199
 
IMG_1769a
 
IMG_1782a
 
IMG_1803a
 
IMG_1777a
 
ความเป็นมาและรายละเอียดของ X-Wing Fighter สามารถดูได้ที่ชุด 7140 – X-Wing Fighter
 
X-Wing ลำนี้จำลองมาจากฉากบนดาว Hoth ในตอนต้นเรื่องของภาค The Empire Strikes Back โดย X-Wing ในชุดนี้สามารถต่อเป็น X-Wing ลำที่ Wedge ขับ ซึ่งมีขีดแดงที่ปีก 3 ขีด (Rouge 3) หรือต่อเป็น X-Wing ลำที่ Luke ขับ ซึ่งมีขีดแดงที่ปีก 5 ขีดก็ได้ (Wedge เคยขับ X-Wing ตาม Luke ไปถล่ม Death Star ใน A New Hope, เป็นผู้ก่อตั้งฝูงบิน Rouge Squadron และเป็นตัวละครมนุษย์คนเดียวที่อยู่ในไตรภาคแรกทุกตอน นอกเหนือจากตัวละครหลักอื่นๆ ที่เป็นมนุษย์)
 
X-Wing ลำนี้จะมีสีขาวเป็นสีหลัก และมีลำตัวยาวกว่า X-Wing ในชุด 7140 ปีกตัว X สามารถหุบหรือกางได้โดยการหมุนเฟีองที่ท้ายยาน  ขาตั้งด้านหน้าสามารถพับเก็บได้ แต่ก็ทำให้มันตั้งได้ไม่เสถียรนัก ข้อเสียหนึ่งที่เห็นก็คือ มีการใช้หนังยางรัดปีก X ทั้ง 2 ข้าง (เพื่อให้หุบหลังจากกาง) แต่ตัวยานโดยรวม ถือว่าได้สัดส่วน สวยงามดี ดูดีกว่าชุด 7140
 
IMG_1793a
เปรียบเทียบกับชุด 7140 จากทางด้านบน (7140 อยู่ด้านซ้ายมือ)
 
IMG_1799a
เปรียบเทียบกับชุด 7140 จากทางด้านข้าง (7140 อยู่ด้านหน้า)
 

Posted 10 สิงหาคม 2008 by goongtomyum in Star Wars Episode V

Tagged with , , , , ,