Archive for the ‘Star Wars Episode II’ Category

7681 – Separatist Spider Droid   Leave a comment


Set No.: 7681
Set Name : Separatist Spider Droid
Year : 2008
Pieces : 206
Figures : 5 – Commander Fox, Clone Trooper, Super Battle Droid,
                    Battle Droid Commander (1 Straight Arm), Battle Droid (1 Straight Arm)
List Price : $30, Thailand ฿2,500

IMG7_00011a

IMG7_00028a

IMG7_00007a

คุณโอ๋ แฟนพันธุ์แท้ Lego นำชุดนี้มาฝากผมพร้อมกับ 7676 – Republic Attack Gunship เมื่อคราวที่คุณโอ๋ได้รางวัลแฟนพันธุ์แท้ไปเที่ยว LEGOLAND เมือง Billund ประเทศ Denmark ในปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่ทั้งสองชุดนี้พึ่งออกมาใหม่ๆ ทั้งสองชุดนี้ ผมได้ต่อเสร็จเรียบร้อยหลังจากนั้นไม่นาน และผมได้ review ชุด 7676 – Republic Attack Gunship ไปเมื่อ 12 มิถุนายน 2009 ส่วน 7681 – Separatist Spider Droid หรือชุดนี้ ผมไม่ได้นำมา review เลย ทั้งนี้ก็เนื่องจากไม่แน่ใจว่าชุดนี้อยู่ในฉากไหนของ Star Wars : The Clone Wars หรือ Star Wars : The Clone Wars (Series) เพราะหลายชุดที่ออกในครึ่งหลังของปี 2008 ล้วนมาจากเหตุการณ์ในสงครามโคลน

หลังจากทิ้งไว้จนลืมไปแล้ว มาเห็นว่าปี 2013 Lego ได้ออกชุด 75016 – Homing Spider Droid ออกมา จึงระลึกถึงชุดนี้ได้ และคงถึงเวลาที่ต้องเอาชุดนี้มา review กันซักที

ดูจากหน้ากล่องของชุดนี้แล้ว Separatist Spider Droid น่าจะอยู่ในฉากสมรภูมิรบดาวจีโอโนซิส (Geonosis) ในภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones ส่วนผู้บัญชาการฟอกซ์ (Commander Fox) ปรากฎใน Star Wars : The Clone Wars ปี 2008 ช่วงท้ายเรื่อง โดยเป็นผู้ที่นำกำลังเข้าจับกุมซีโร่ เดอะ ฮัทท์ (Ziro the Hutt) ซึ่งเป็นอาของแจ๊บบา เดอะ ฮัทท์

Separatist Spider Droid หรือ Spider Walker มีชื่อเต็มว่า OG-9 Homing Spider Droid เป็นหุ่นดรอยด์ขนาดใหญ่ สำหรับทำลายยานพาหนะของข้าศึกทั้งภาคพื้นดินและอากาศ มีความสูง 7.32 เมตร เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 50 – 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยขาสูงยาว 4 ขาของมัน ทำให้มันครอบครองสนามรบเป็นพื้นที่กว้าง แต่ขาของมันก็ง่ายต่อการถูกทำลาย และถ้าเพียงขาใดขาหนึ่งของมันถูกทำลายลง มันก็จะทรุดกองลงไปกับพื้นทันที แต่สิ่งที่มาทดแทนจุดอ่อนอันนี้ก็คือ มันสามารถเดินลงไปในน้ำ ท่องผ่านก้นทะเล หรือปีนข้ามเหวสูงชันได้อย่างง่ายดาย อาวุธหลักของ Homing Spider Droid ก็คือปืนเลเซอร์ติดตามเป้าหมาย (Mounted laser emplacement) ที่อยู่ส่วนบนสุดของลำตัวทรงกลม สำหรับทำลายเป้าที่เป็นยานพาหนะเคลื่อนที่ต่างๆ ส่วนด้านล่างของลำตัวทรงกลมติดตั้งปืนใหญ่เลเซอร์สำหรับทหารราบหรือยานพาหนะขนาดเล็กในระยะประชิดตัว และยังสามารถติดตั้งอาวุธเสริมเป็นปืนใหญ่อิออนชนิดติดตามเป้าหมาย (Retractable ion cannon) หรืออาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ อีกได้

Lego จำลอง Homing Spider Droid ตัวนี้ออกมามีความสูง 15 เซนติเมตร กว้างและยาว 27 เซ็นติเมตร มีรูปร่างและสัดส่วนเหมือนในหนัง สีสันสวยงาม

Homing_Spider_Droid

(ภาพจาก starwars.wikia.com)

75000 – Clone Troopers vs. Droidekas   Leave a comment


Set No.: 75000
Set Name : Clone Troopers vs. Droidekas
Year : 2013
Pieces : 124
Figures : 4 – Clone Trooper Sergeant, Clone Trooper, 2 Destroyer Droid (Pearl Dark Gray Arms)
List Price : $13, Thailand ฿840

IMG_33397a

IMG_33404a

IMG_33392a

Battle Pack ของปี 2013 ยังคงแนวคิดเหมือนปี 2012 คือ มีทั้งสองฝ่าย เพื่อให้คนซื้อสามารถทำ Battle ได้เลย โดยไม่ต้องซื้ออีกชุด สมกับชื่อ “Battle Pack” อย่างแท้จริง

ศูนย์บัญชาการ (Command Center) เป็นศูนย์ย่อยเพื่อถ่ายทอดคำสั่งจากผู้บัญชาการ โดยในชุดนี้มีขนาดกว้าง 8 เซนติเมตร ยาว 11 เซนติเมตร และสูง 8 เซนติเมตร พร้อมลูกเล่น ซ่อนจรวดแบบใช้นิ้วดีด (Flick-fire Missile) ไว้ในฐาน และประตูที่ปิดเปิดได้

Clone Trooper ของชุดนี้เป็นทหารโคลนในภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones เป็นทหารโคลนกลุ่มแรกที่เข้าสู่สมรภูมิรบ ซึ่งชุดที่ใส่คือชุดเกราะในระยะที่ 1 หรือ Phase I Armor (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดเกราะได้ที่ Clone Trooper Armor)

ชุดเกราะในระยะที่ 1 นี้ แถบสีที่อยู่บนเกราะจะบ่งบอกถึงระดับยศของทหารแต่ละนาย ได้แก่
1. ไม่มีแถบสี เป็นพลทหาร
2. แถบสีเขียว ยศนายสิบหรือจ่า (Sergeant) บังคับบัญชาทหาร 1 หมู่ (Squad) ซึ่งประกอบไปด้วยพลทหาร 9 นาย
3. แถบสีฟ้า ยศนายร้อยหรือผู้หมวด (Lieutenant) บังคับบัญชาทหาร 1 หมวด (Platoon) ซึ่งประกอบไปด้วยพลทหาร 36 นาย
4. แถบสีแดง ยศร้อยเอกหรือผู้กอง (Captain) บังคับบัญชาทหาร 1 กองร้อย (Company) ซึ่งประกอบไปด้วยพลทหาร 144 นาย
5. แถบสีเหลือง ยศผู้บัญชาการหรือผู้การ (Commander) บังคับบัญชาทหาร 1 กองพล (Regiment) ซึ่งประกอบไปด้วย 4 กองพัน (Battalion) มีพลทหารรวม 2,304 นาย

Destroyer Droid หรือ Droideka ของชุดนี้ เป็นแบบที่ 4 ที่ Lego ทำออกมา Droideka เป็นหุ่นยนต์รบขนาดหนักของฝ่ายสหพันธ์การค้าและฝ่ายแบ่งแยก (Separatists หรือสมาพันธ์อิสระ Conferderacy of Independent Systems – CIS) สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วโดยการกลิ้งตัว มีอำนาจการยิงที่รุนแรงด้วยปืนใหญ่บลาสเตอร์คู่ (Twin Blaster Cannons) ที่แขนแต่ละข้าง และสามารถป้องกันตัวเองได้อย่างดีด้วยเครืองสร้างเกราะสนามพลัง (Deflector Shield Generator) ซึ่งสามารถสร้างเกราะสนามพลังขึ้นมาป้องกันการระดมยิง หรือแม้กระทั้งดาบแสงหรีอดาบไลท์เซเบอร์ (Lightsaber) ได้ ซึ่งสร้างความหวาดหวั่นให้กับเหล่าเจไดได้ไม่น้อย

Droideka มีทั้งหมด 5 รูปแบบคือ
1. Grapple Droideka หรือ Melee Destroyer Droid ซึ่งเป็น Droideka รุ่นปกติทั่วไปที่สหพันธ์การค้า (Trade Federation) ผลิตขึ้นมา ใช้สำหรับการรบประจัญบาน และถูกใช้ครั้งแรกในสมรภูมิรบดาวนาบู (Battle of Naboo หรือ Invasion of Naboo)
2. Ultra Droideka มีขนาดใหญ่กว่า Droideka ปกติทั่วไป ถูกใช้ในสงครามโคลน โดยฝ่ายแบ่งแยก
3. Droideka Mark II มีประสิทธิภาพกว่า Droideka ปกติ มีทั้งปืนอิออนและบลาสเตอร์ ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่สมัยสงครามโคลน แต่ถูกนำมาใช้ในสมัยสงครามกลางเมืองกาแล็คติก (Galactic Civil War) โดยองค์กรอาชญากร Zann Consortium ภายใต้การสนับสนุนของแจ๊บบา เดอะ ฮัทท์ (Jabba the Hutt)
4. K3-I Buzzer Droid เป็นหุ่นที่ดัดแปลงจาก Droideka เพื่อใช้บนสถานีอวกาศแกมม่า (Station Gamma) ในสมัยสงครามกลางเมืองกาแล็คติก อ่อนแอกว่าหุ่น Droideka ปกติและไม่มีเกราะสนามพลัง
5. Sniper Droideka โดยที่หัวของหุ่นจะติดตั้งปืนไรเฟิลสำหรับยิงในระยะไกล หรือลอบยิง ถูกนำมาใช้ในสงครามโคลนช่วงสมรภูมิรบดาวคิโรส (Invasion of Kiros)

ถือเป็น Battle Pack ที่น่าสนใจมากชุดหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยมี Droideka มาก่อน

IMG_33417a
เปรียบเทียบทหารโคลนในชุดเกราะระยะที่ 1 (Phase I Armor) ที่มีระดับยศต่างๆ กันเรียงจากซ้ายไปขวาคือ Clone Trooper (จากชุดนี้), Clone Trooper Lieutenant (จากชุด 5001709 – Clone Trooper Lieutenant), Clone Trooper Commander (จากชุด 75019 – AT-TE), Clone Trooper Captain (จากชุด 75021 – Republic Gunship) และ Clone Trooper Sergeant (ของชุดนี้)

เปรียบเทียบ Droideka ของชุดนี้ (ซ้ายสุดตัวแรก) กับ Droideka จากชุด 7877 – Naboo Starfighter ปี 2011 (ตัวที่สอง), ชุด 7662 – Trade Federation MTT ปี 2007 (ตัวที่สาม) และจากชุด 7203 – Jedi Defense I ปี 2002 (ตัวสุดท้าย)
IMG_33408a
เปรียบเทียบจากด้านหน้า

IMG_33412a
เปรียบเทียบจากด้านข้าง



(ภาพจาก starwars.wikia.com)

Posted 25 สิงหาคม 2014 by goongtomyum in Star Wars Episode II

Tagged with , , ,

75019 – AT-TE   Leave a comment


Set No.: 75019
Set Name : AT-TE
Year : 2013
Pieces : 794
Figures : 5 – Mace Windu, Coleman Trebor, Clone Trooper Commander,
                    Battle Droid Commander, Battle Droid Dark Orange
List Price : $90, Thailand ฿6,300

หลังจากติดค้างคุณหนุ่ม (Darthlego) มาร่วมครึ่งปี ก็ถึงเวลาที่จะจับชุดนี้มา review กันซะที

IMG_32826a
ภาพรวมทั้งหมดของชุดนี้

IMG_32699a

IMG_32734a

IMG_32716a

IMG_32710a
ห้องลำเลียงพลที่ส่วนหลังซึ่งสามารถเปิดออกได้ พร้อมกับมีบันไดสำหรับขึ้นลง

IMG_32814a
ห้องควบคุมสามารถเลื่อนเปิดเพื่อนำพลขับเข้าไปนั่งได้

IMG_32711a
ส่วนหน้าของลำตัวซึ่งเป็นห้องบัญชาการสามารถเปิดออกเพื่อยิงจรวดแบบใช้นิ้วดีด (Flick-fire Missile)

IMG_32811a
Mace Windu, Coleman Trebor, Clone Trooper Commander, Battle Droid Commander, Battle Droid Dark Orange

AT-TE ปรากฏให้เห็นครั้งแรกในฉากสมรภูมิรบดาวจีโอโนซิส (Geonosis) ในภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones และ AT-TE ในชุดนี้ก็จำลองมาจากฉากรบในสมรภูมินี้เช่นกัน

ความเป็นมาและรายละเอียดเของ AT-TE สามารถดูได้ที่ 7675 – AT-TE Walker

AT-TE ตัวนี้เป็นตัวที่สามที่ Lego ทำออกมา (ไม่นับรวมชุด Mini Set) โดยตัวแรกออกมาในปี 2003 คือ 4482 – AT-TE, ตัวที่สองออกมาในปี 2008 คือ 7675 – AT-TE Walker ซึ่งสำหรับ AT-TE ล่าสุดตัวนี้มีลำตัวยาว 32 เซนติเมตร กว้าง 27 เซนติเมตร และสูง 20 เซนติเมตร เมื่อเทียบกับสองตัวแรกแล้ว จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีขนาดความยาวสั้นกว่ามาก ห้องควบคุมที่ด้านหน้าสุดสามารถเปิดออกเพื่อนำพลขับเข้าไปได้ ส่วนหน้าของลำตัวซึ่งเป็นห้องบัญชาการสามารถเปิดออกเพื่อยิงจรวดแบบใช้นิ้วดีด (Flick-fire Missile) จำนวน 4 ลูกได้ ในขณะที่ส่วนบนสุดเป็นฐานแบบหมุนได้ของปืนใหญ่วิถีโค้ง Mass-driver Cannon พร้อมด้วยจรวดแบบใช้นิ้วดีดอีกจำนวน 2 ลููก ห้องลำเลียงพลที่ส่วนหลังของลำตัวก็สามารถเปิดออกได้เช่นกัน พร้อมกับมีบันไดสำหรับขึ้นลงได้ รูปร่างและสีสันโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดี ส่วนขาที่ขยับได้ค่อนข้างน้อยมากถือเป็นข้อด้อยที่พอรับได้ ส่วนที่ดีมากอีกอย่างซึ่งได้รับการสืบทอดจาก AT-TE ตัวที่แล้ว (7675 – AT-TE Walker) ก็คือ หูหิ้วที่กลางหลังของลำตัวซึ่งทำให้ยกเคลื่อนย้ายได้สะดวก ส่วนข้อเสีย ก็คงเป็นพวก sticker และการที่มีลำตัวค่อนข้างสั้น ทำให้ภายในลำตัว ไม่สามารถที่จะบรรจุอะไรลงไปได้มาก อย่างเช่น ในห้องลำเลียงพลที่ส่วนหลัง ที่ควรจะมีเก้าอี้สำหรับให้ทหารโคลนนั่งบ้าง ก็ไม่มีเลย ในขณะที่ AT-TE สองตัวแรกกลับมีเก้าอี้ให้ถึง 4 ตัวเป็นอย่างน้อย แต่รวมรวมแล้ว เป็นชุดที่สวยงามและน่าสนใจชุดหนึ่งของ Star Wars ปี 2013 ครับ ใครที่ยังไม่มีเจ้าหกขาตัวนี้ ยิ่งไม่สมควรพลาดชุดนี้ครับ

เปรียบเทียบ AT-TE ของชุดนี้ (ซ้าย) กับ AT-TE จากชุด 7675 – AT-TE Walker ปี 2008 (กลาง) และ AT-TE จากชุด 4482 – AT-TE ปี 2003 (ขวา)
IMG_32741a
เปรียบเทียบจากด้านบน จะเห็นได้ว่า AT-TE ตัวล่าสุดนี้มีขนาดเล็กกว่า AT-TE สองตัวแรกอย่างชัดเจน

IMG_32747a
เปรียบเทียบจากด้านหน้า จะเห็นได้ว่า AT-TE ตัวล่าสุดและ AT-TE จากชุด 7675 มีความสูงกว่า AT-TE จากชุด 4482

IMG_32794a
เปรียบเทียบจากด้านทแยง

75021 – Republic Gunship   Leave a comment


Set No.: 75021
Set Name : Republic Gunship
Year : 2013
Pieces : 1175
Figures : 7 – Padme Amidala, Anakin Skywalker, Obi-Wan Kenobi, Clone Troope Captain, Clone Pilot, 2 Super Battle Droid
List Price : $120, Thailand ฿8,450

IMG_29148a
ภาพรวมของชุดนี้ทั้งหมด และเปิดประตูด้านข้างให้เห็น Missile Launcher ที่ส่วนหน้า และห้องโดยสารที่ส่วนท้ายยาน

IMG_29237a
ยาน Republic Gunship ขณะบินเข้าช่วยเหลือเหล่าเจไดในสมรภูมิรบ

IMG_29209a
บินร่อนลงช่วยเหลือแพดเม่และเหล่าเจไดท่ามกลางวงล้อมของศัตรู

img_29212b
เปิดท้ายยานเพื่อให้ Speeder Bike วิ่งออกมา

img_29162b
โอบีวัน อนาคิน และแพดเม่บน Gunship ขณะที่เหล่า Clone Trooper เข้าทำการรบ

IMG_29219a
ส่วนที่เป็นห้องนักบิน (Cockpit) เปิดออกได้

IMG_29132a
Padme Amidala, Anakin Skywalker, Obi-Wan Kenobi

IMG_29139a
Clone Troope Captain, Clone Pilot, 2 Super Battle Droid

IMG_29134a
ใบหน้าอีกด้านของ Padme Amidala, Anakin Skywalker, Obi-Wan Kenobi

ดูรายละเอียดของ Republic Gunship หรือชี่ออย่างเป็นทางการคือ LAAT/i ได้ที่ 7163 – Republic Gunship

Gunship ลำนี้เป็นการจำลองมาจากฉากสู้รบในสมรภูมิรบดาวจีโอโนซิส (Geonosis) ในตอนท้ายของภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones ซึ่งเป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง

ถือเป็น Gunship ลำที่สามที่ Lego ทำออกมา (ไม่นับรวม Mini Set) โดยลำแรกคือ 7163 – Republic Gunship ที่ออกมาในปี 2002 และลำที่สองคือ 7676 – Republic Attack Gunship ที่ออกมาในปี 2008 ซึ่ง Gunship ลำล่าสุดนี้ มีความกว้าง 43 เซนติเมตร ยาว 48 เซนติเมตร และสูง 20 เซนติเมตร รูปร่างและสีสันใกล้เคียงกับ Gunship ลำก่อนๆ ค่อนข้างมาก มีลูกเล่นที่หลากหลาย เช่น ประตูข้างยานทั้ง 2 ข้าง และประตูท้ายยานสามารถเปิดออกได้ ห้องนักบินตลอดจนป้อมปืนที่ด้านข้างและที่ปีก สามารถเอา Minifig เข้าไปนั่งได้ ป้อมปืนด้านข้างสามารถหมุนออกมาจากลำตัวยานได้เพื่อเพิ่มรัศมีการยิง มีฐานยิงจรวดมิสไซล์ (Missile Launcher) ภายใต้ประตูเปิดปิดได้ที่ส่วนหน้าของตัวยาน และมีจรวดแบบใช้นิ้วดีด (Flick-fire Missile) มากถึง 12 ลูก

ในระหว่างการต่อ สังเกตได้ว่า มีการใช้ชิ้นส่วนจากชุดเทคนิคมาช่วยเสริมความแข็งแรงของตัวยาน โดยคล้ายกับการ “ตอกหมุด” คือ เอาชิ้นส่วนเทคนิคสอดรูยึดระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังมีการทำเป็นหูหิ้วที่ส่วนบนของยาน ทำให้ยกเคลื่ยนย้ายไปไหนมาไหนได้ง่าย (ซึ่งถูกใจผมมาก)

สรุปว่า เป็นชุดที่สวยงามชุดหนึ่งครับ สาวก Star Wars ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่เคยพลาด Gunship ลำก่อนๆ ไปแล้ว

เปรียบเทียบ Gunship ของชุดนี้ (ซ้าย) กับ Gunship จากชุด 7676 – Republic Attack Gunship ปี 2008 (กลาง) และ Gunship จากชุด 7163 – Republic Gunship ปี 2002 (ขวา)
IMG_29271a
เปรียบเทียบจากด้านบน

IMG_29266a
เปรียบเทียบจากด้านข้าง

7153 – Jango Fett’s Slave I   Leave a comment

 
Set No.: 7153
Set Name : Jango Fett’s Slave I
Year : 2002
Pieces : 360
Figures : 2 – Jango Fett, Boba Fett (Young)
List Price : $50, Thailand  ฿3,055
 
 
 
 
 
 
 
แจงโก้ เฟตต์ (Jango Fett) เป็นทั้งนักฆ่า นักล่าค่าหัว ที่มีชื่อเสียง เขาเป็นพวกแมนดาลอเรี่ยน (Mendalorian) ซึ่งเป็นพวกที่ชอบการต่อสู้ เขาเกิดในเมือง Concord Dawn  ในวัยเด็ก หลังจากพ่อแม่ของเขาถูกฆ่าและพี่สาวชื่อ Arla สูญหายไป พวกแมนดาลอเรี่ยนได้นำเขาไปชุบเลี้ยง  หลายปีต่อมา เขาได้เข้าร่วมในสงครามกลางเมืองของพวกแมนดาลอเรี่ยนและกลายเป็นหนึ่งในพวกผู้นำ ต่อมาเขาได้ฆ่าพวก Death Watch จนเกือบหมดเพื่อแก้แค้นให้กับ Jaster Mereel ซึ่งเป็นผู้ที่เลี้ยงดูเขามา และจากการกระทำนี้ทำให้เขาโดนเหล่าเจไดจับไปขังคุก เมื่อออกจากคุก เขาได้กลายเป็นนักล่าค่าหัว และได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วว่าเป็นนักฆ่าฝีมือดีคนหนึ่ง
 
เคานท์ดูกู (Count Dooku) หรือ ดาร์ธ ไทรานัส (Darth Tyranus) พอใจในฝีมือของแจงโก้เป็นอย่างมาก หลังจากการทดสอบ เขาได้ว่าจ้างให้แจงโก้เป็นต้นแบบของทหารโคลน ซึ่งนอกจากแจงโก้จะให้ยีนของเขาเพื่อทำทหารโคลนแล้ว เขายังมีส่วนในการฝึกสอนแหล่าทหารโคลนและออกแบบชุดเกราะในระยะที่ 1 ของทหารโคลนด้วย ซึ่งชุดเกราะนี้มีความเหมือนเป็นอย่างมากกับชุดเกราะของพวกแมนดาลอเรี่ยน โดยมีสัญญลักษณ์ที่เห็นได้อย่างเด่นชัด คือ หมวกที่มีการเจาะช่องตาเป็นรูปตัว T อย่างชัดเจน
 
ในสมรภูมิรบดาวจีโอโนซิส แจงโก้ถูกเมส วินตู (Mace Windu) ตัดหัว แต่แม้เขาจะตายไป ผู้สืบทอดของเขา ไม่ว่าจะเป็นโบบา เฟตต์ หรือเหล่าทหารโคลนทั้งหลาย ล้วนมีบทบาทเป็นอย่างมากในตำนานของ Star Wars
 
ความเป็นมาและรายละเอียดของ Slave I สามารถดูได้ที่ 7144 – Slave I
 
Slave I ของแจงโก้ลำนี้ ปรากฎในภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones โดยโอบีวันได้ไปสืบเรื่องอาวุธฆ่าปิดปากแซม วีเซล (Zam Wesell) นักล่าสังหารที่ดาวคามิโน (Kamino) แต่กลับเจอกับการสร้างเหล่าทหารโคลน จึงแจ้งไปทางอาจารย์โยดา อาจารย์โยดาต้องการให้เขาจับตัวแจงโก้มาสอบสวนที่สภาเจได แต่แจงโก้ได้ต่อสู้และขึ้นยาน Slave I หลบหนี ซึ่งโอบีวันก็ได้ขับ Delta-7 แอบติดตาม ก่อนแจงโก้จะรู้ตัวและใช้เทคนิคการบินและความสามารถเฉพาะตัวของ Slave I กลับมาเป็นผู้ไล่ล่า Delta-7
 
ยาน Slave I ของแจงโก้ที่ Lego ทำออกมาเป็นครั้งที่ 2 นี้ ถือว่ามีความโค้งมนและสวยงามมากกว่าลำแรกที่ออกในปี 2000  ลำตัวยาน Slave I ของแจงโก้ จะมีสีส่วนใหญ่เป็นสีน้ำเงินแตกต่างจาก Slave I สมัยที่โบบาใช้ ซึ่งจะมีสีส่วนใหญ่เป็นสีเขียว ซึ่ง Lego ก็ทำตรงนี้ออกมาได้ดี ให้สีได้สดใสงดงาม ส่วนที่เป็นที่นั่งของนักบินมีกลไกที่สามรถปรับให้อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งขึ้นตลอดไม่ว่าจะจอดหรือบิน มีลูกเล่นตรงสามารถทิ้งลูกระเบิดได้ และสามารถถอดกล่องอุปกรณ์ออกจากใต้ท้องยานได้ (ใช้แมเหล็กเป็นตัวยึดติด) โดยรวมแล้ว ชุดนี้ถีอได้ว่าเป็นชุดหนึ่งที่มีความสวยงามและน่าเก็บทีเดียว
 
 
(ภาพจาก starwars.wikia.com)
 

Posted 10 สิงหาคม 2010 by goongtomyum in Star Wars Episode II

Tagged with , , ,

4482 – AT-TE   Leave a comment

 
Set No.: 4482
Set Name : AT-TE
Year : 2003
Pieces : 658
Figures : 4 – 4 Clone Trooper (Episode II)
List Price : $70, Thailand  ฿5,330
 
หลังติดค้างคุณนิกมานานมากกกกก เรื่องเปรียบเทียบ AT-TE ตัวเก่าในชุดนี้ กับตัวใหม่จากชุด 7675 – AT-TE Walker (ปี 2008)  ก็ได้ฤกษ์งามยามดีที่ผมจะต้องเอามาให้ได้ชมกันซักที
 
 
 
 
 
พลขับในห้องควบคุม และพลปืนกับปืน Mass-driver Cannon บนส่วนบนของลำตัว
 
ทหารโคลนในห้องลำเลียงพลในส่วนของลำตัว
 
 
 
AT-TE ตัวนี้ ปรากฏให้เห็นครั้งแรกในฉากสมรภูมิรบดาวจีโอโนซิส (Geonosis) ในภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones โดยโยดาได้นำกองทัพโคลนเข้าช่วยโอบีวันและเหล่าเจได ที่กำลังอ่อนแรงอยู่ภายใต้วงล้อมของกองทัพดรอยด์ของฝ่ายแบ่งแยก
 
ความเป็นมาและรายละเอียดเของ Walker ตัวนี้สามารถดูได้ที่ 7675 – AT-TE Walker
 
Lego ทำ AT-TE ตัวนี้ออกมาโดยมีมีลำตัวยาว 37 ซม. กว้าง 25 ซม. และสูง 16 ซม. รูปร่างและสีสันโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดี ส่วนขาที่ขยับได้ค่อนข้างน้อยมากถือเป็นข้อด้อยที่พอรับได้ ข้อด้อยอีกประการก็คือ sticker ที่หลุดร่อนง่ายเหลือเกิน เหมือนกับชุดอื่นๆ ที่ออกมาในช่วงเวลานั้น  Minifig ที่ให้มาเป็นทหารโคลนจำนวน 4 ตัว เป็นทหารโคลนในภาค Episode II เช่นเดียวกับชุด 7163 – Republic Gunship  ซึ่งค่อนข้างหาได้ยากในปัจจุบัน (ดูข้อแตกต่างระหว่างทหารโคลนในภาค Episode II กับทหารโคลนในภาค The Clone Wars ได้ที่ เปรียบเทียบ Clone Trooper)
 
เปรียบเทียบกับชุด 7675 จากด้านบน (4482 อยู่ด้านขวามือ) จะสังเกตได้ว่าลำตัวของ 7675 จะยาวกว่า รวมถึงปืน Mass-driver Cannon บนส่วนบนของลำตัวก็มีลำกล้องยาวกว่าด้วย
 
เปรียบเทียบกับชุด 7675 จากด้านหน้า (4482 อยู่ด้านขวามือ) จะสังเกตได้ว่า 7675 มีความสูงมากกว่าอย่างชัดเจน
 
เปรียบเทียบกับชุด 7675 จากต้านข้าง (4482 อยู่ด้านหน้า)
 
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ในภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones ที่ดูมา ไม่เห็นมี 74-Z Speeder Bike ซักลำ แล้วทำไมในชุดนี้ถึงมี  74-Z Speeder Bike ทั้งนี้ก็เพราะว่า ฉากนี้ในช่วงสมรภูมิรบดาวจีโอโนซิส ถูกตัดออกไปในขั้นตอนการทำภาพกราฟฟิค
 
เปรียบเทียบ 74-Z ของชุดนี้ซึ่งมีสีแดง กับชุด 7139 – Ewok Attack (ปี 2002) ซึ่งมีสีน้ำตาล และชุด 4483 – AT-AT (ปี 2003) ซึ่งมีสีขาว จะเห็นว่า 74-Z ทั้ง 3 ลำมีรูปร่างที่เหมือนกัน แตกต่างกันแค่สีเท่านั้น
 
 
 

Posted 6 มิถุนายน 2010 by goongtomyum in Star Wars Episode II

Tagged with , , , ,

7143 – Jedi Starfighter   Leave a comment

 
Set No.: 7143
Set Name : Jedi Starfighter
Year : 2002
Pieces : 139
Figures : 1 – Obi-Wan Kenobi (Dark Orange Hair and Headset)
List Price : $20, Thailand  ฿1,530
 
พูดถึง Jedi Starfighter ไปแบบนึงแล้ว มาดูอีกแบบเลยดีกว่าครับ
 
 
 
 
 
Jedi Starfighter ลำนี้มีชื่อเต็มคือ Delta-7 Aethersprite-class Light Interceptor เป็นยานที่เจไดใช้กันอย่างแพร่หลายก่อนที่สงครามโคลนจะเริ่มขึ้น เป็นยานที่มีความทันสมัยและเต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่มีความสลับซับซ้อน มีระบบการสื่อสารรวมถึงอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณต่างๆ ที่ดีเลิศ ซึ่งเป็นสาเหตุให้มันมีราคาสูงกว่าเครื่องบินรบโดยทั่วไป ตัวยานมีความยาว 8.0 เมตร และมีความกว้าง 3.92 เมตร ติดตั้งปืนเลเซอร์ 2 คู่ที่ปีกซ้ายขวาข้างละคู่ รวมเป็น 4 กระบอก (เริ่มแรกจะมีเพียง 2 กระบอกเท่านั้น แต่ต่อมา เจไดเซซี ทีน (Saesee Tiin) ได้เสนอแนะให้มีการเพิ่มปืนเลเซอร์อีก 2 กระบอก) มันเป็นยานแบบแรกที่ถูกเรียกว่าเป็นยานของเจได (Jedi Starfighter) ก่อนที่จะมียานแบบอื่นเช่น Delta-7B, Eta-2 ตามมา
 
ยาน Delta-7 มีบทบาทและชื่อเสียงอย่างมากในช่วงก่อนและในระหว่างสงครามโคลน ก่อนสงครามโคลนตัวยานจะมีสีแดงและขาว ซึ่งเป็นสีของยานของสาธารณรัฐส่วนใหญ่ในเวลานั้น แต่เมื่อสงครามโคลนเริ่มขึ้น ยานก็ถูกทำให้มีสีแตกต่างกันออกไป เนื่องจากยานมีขนาดเล็ก มันจึงไม่มีเนื้อที่เพียงพอที่จะติดตั้งเครี่องยนต์ที่ใช้ในการวาร์ป (Hyperdrive) ได้ มันจึงต้องมีอุปกรณ์ช่วยในการวาร์ปซึ่งมีลักษณะคล้ายวงแหวนติดตั้งเครี่อง Hyperdrive เพื่อช่วยในการเดินทางในระยะไกล ยาน Delta-7 ไม่มีที่พอเพียงสำหรับบรรจุหุ่นช่างและช่วยบิน (Astromech Droid) หรือหุ่นตระกูล R ทั้งตัว ดังนั้น โรงงานผู้ผลิตจึงได้รวมหุ่นช่างและช่วยบินเข้าเป็นส่วนหนึ่งของลำตัวยานด้วย จะเหลือแต่ส่วนที่เป็นหัวให้เห็นอยู่บนปีกเท่านั้น สำหรับหุ่นที่นิยมใช้กับยาน Delta-7 จะมี 2 รุ่นคือ หุ่นตระกูล R2-D series ซึ่งเหมาะกับภารกิจค้นหาและเล็งเป้า และหุ่นตระกูล R4-P series ซึ่งเหมาะกับภารกิจนำร่อง ลักษณะการติดตั้งหุ่นตระกูล R ไว้ที่ปีกนี้ ได้ถ่ายทอดไปยังยาน Eta-2 ในเวลาต่อมาด้วย
 
แม้ในช่วงท้ายของสงครามโคลน ยาน Delta-7 จำนวนมากจะถูกทำลายและถูกแทนที่ด้วยยาน Eta-2 แต่ก็ยังมีเจไดอีกเป็นจำนวนมากที่ยังนิยมใช้ยาน Delta-7 อยู่ เช่น โพลคูน (Plo Koon) ซึ่งเขาได้ใช้เป็นยานประจำตัวจวบจนวาระสุดท้ายของเขาในสมรภูมิรบดาว Cato Neimoidia ยาน Delta-7 ถือได้ว่าเป็นยานต้นตระกูลของยาน R-22 Spearhead และ RZ-1 A-Wing ในเวลาต่อมา
 
ยาน Delta-7 ปรากฏให้เห็นในภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones ที่ออกฉายในปี 2002 โดยโอบีวันจะขับยานนี้ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ช่วยในการวาร์ปซึ่งมีลักษณะคล้ายวงแหวนติดตั้งเครี่อง Hyperdrive ไปยังดาวคามิโน (Kamino) เพื่อสืบหาร่องรอยของลูกดอกอาบยาพิษที่ใช้เป็นอาวุธฆ่าปิดปากแซม วีเซล (Zam Wesell) นักล่าสังหารชาวคลอไดต์ (Clawdite) ที่ถูกส่งมาฆ่าแพดเม่แต่ล้มเหลว และลูกดอกเป็นร่องรอยเดียวที่อาจทำให้โอบีวันสืบหาผู้จ้างวานฆ่าได้ แต่การไปดาวคามิโนครั้งนี้ทำให้โอบีวันพบกับการสร้างกองทัพโคลน และขากลับออกจากดาวคามิโน โอบีวันก็ต้องขับ Detla-7 ลำนี้หลบหลีกการไล่ล่าของแจงโก้ เฟตต์ (Jango Fett)
 
Lego ทำ Delta-7 ลำนี้ออกมาได้สวยสดงดงามมาก ทั้งสัดส่วนและสีสัน ดูดีเหมือนในหนังเลยทีเดียว ลวดลายบนยานทั้งหมดเป็นสีที่พิมพ์อย่างสวยงามมาจากโรงงาน ไม่มี sticker แม้แต่ชิ้นเดียว ซึ่งถือได้ว่า เป็นข้อดีมากๆ ของ Lego ใน Theme ของ Star Wars ที่ออกมาในยุคแรกๆ นับได้ว่าเป็นยานลำโปรดของผมลำหนึ่งเลยทีเดียว
 
 
(ภาพจาก starwars.wikia.com)
 

Posted 25 กุมภาพันธ์ 2010 by goongtomyum in Star Wars Episode II

Tagged with ,