Archive for the ‘My Own Creation’ Category

Rogue One Scenes   Leave a comment

Set Name : Rogue One Scenes
Year : 2017 January
Pieces : 10,000 approximately

ชมรมเลโก้แห่งประเทศไทย (T-LUG) ได้มีโอกาสร่วมจัดงานวันเด็กอีกครั้งในปีนี้ กับงาน “World Playground 2017 : Play It Forward” ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน  บริเวณแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ระหว่างวันที่ 12 – 15 มกราคม 2560 โดยจุดเด่นของงานนี้ คือการนำเสนอพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่น โครงการเกี่ยวกับดิน น้ำ ป่าไม้, โครงการฝนหลวง, โครงการชั่งหัวมัน, โครงการบวร บ้าน วัด โรงเรียน, โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน รวมถึงพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล และพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ ฯลฯ นอกเหนือจาการนำเสนองานพระพระราชกรณียกิจต่างๆ แล้ว ก็ยังมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาด 64 x 64 นิ้ว พร้อมด้วยพานพุ่มทอง พุ่มเงิน และเครื่องทองน้อย

img7_08359a

img7_08352a

img7_08295a

img7_08289a

นอกเหนือจากงานเด่นข้างต้นแล้ว ก็ยังมีตู้แสดงงาน Theme ต่างๆ ของ LEGO อีก เช่น City, Friends, Nexo Knights, Ninjago, Super Heroes และ Star Wars โดยแยกกันอยู่ใน Station ต่างๆ ในบริเวณงาน ซึ่งแน่นอนว่า Theme ที่ผมรับผิดชอบก็คือ Star Wars โดย Theme ของ Star Wars นี้ ตอนแรกคิดไว้ตั้งแต่ปี 2015 แล้วว่า จะเป็นฉากใน Star Wars : Episode VII – The Force Awakens โดยเลือกทำเหตุการณ์ในฉาก Battle on Takodana แต่หลังจากที่ได้ข่าวมาว่า จะมี Star Wars ภาคใหม่ชื่อว่า Rogue One เข้าฉายปลายปี 2016 ผมจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นฉากใน Rogue One แทนทันที

โดยฉากที่ผมเลือกมานำเสนอ คือฉากแรกบนดาว Lah’mu ซึ่งนายพล Krennic ไปจับตัว Galen Erso มาจากครอบครัว ฉากต่อมาก็คือ ฉากต่อสู้ระหว่างกลุ่มกบฎ Partisans ภายใต้การนำของ Saw Gerrera กับกองทัพจักรวรรดิ และฉากสุดท้ายเป็นฉากสงครามบนดาว Scarif อันเป็นฉาก Climax ของเรื่องโดยสองฉากแรกจะจัดรวมอยู่ในตู้เดียวกัน และฉาก Battle on Scarif จะอยู่ในตู้ที่สอง

img7_08306a

img7_08323a

20170107_013350a

20170107_013327a

img7_08326a

img7_08327a

20170107_013417a

img7_08310a

img7_08316a

img7_08318a

20170112_030239a

20170112_023230a

Posted 31 มกราคม 2017 by goongtomyum in My Own Creation, Star Wars : Rogue One

Tagged with

MOC – Science Museum   Leave a comment


Set Name : Science Museum
Year : 2015 January
Pieces : 14,000 approximately

หลังจากที่ผมไม่ได้มีส่วนร่วมกับ Project งานวันเด็กมาพักใหญ่ เนื่องจากหน้าที่การงานรัดตัว แต่สำหรับงานวันเด็กปี 2015 ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “LEGO Wonderland : Land of Friendship” ที่จะจัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมโซน B ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ในระหว่างวันที่ 8-18 มกราคม 2558 เพื่อนในชมรม T-LUG ได้ชักชวนผมให้กลับมาร่วมกันอีกครั้ง และมอบหมายให้ผมทำ Science Museum ที่ต้องเป็น Science Museum ก็เพราะว่า เพื่อนๆ ผมรู้ว่าผมเล่นแต่ธีม Star Wars ซึ่งถ้าทำเป็น Science Museum ผมจะสามารถนำพาหนะหรือยานต่างๆ ของธีม Star Wars มาโชว์ร่วมใน Project นี้ได้

หลังจากที่ได้รับมอบหมายมา ผมก็พยายามหาข้อมูลจาก Google ว่า Science Museum ของประเทศต่างๆ ในโลกนี้หน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็ไม่เจออันไหนที่ถูกใจพอที่จะเอามาเป็นต้นแบบได้เลย ท้ายสุดก็เลยต้องมโนขึ้นมาเอง โดยตั้งเป็นเกณฑ์เบื้องต้นว่า ต้องมี Space ภายในอาคารใหญ่พอที่จะใส่ยานต่างๆ ลงไปได้จำนวนหนึ่ง และต้องทำให้สามารถมองเห็นได้ด้วย นอกจากนั้นรูปแบบของตัวอาคารจะต้องไม่เรียบง่ายจนเกินไป ผมจึงได้ลองต่อส่วนหนึ่งของอาคารขึ้นมาคร่าวๆ โดยคิดว่าจะทำตรงส่วนมุมของอาคารเป็นผนังโค้ง และได้ลองใช้บริคที่มีต่อเป็นแบบจำลองขึ้นมาคร่าวๆ เพื่อขอความเห็นจากเพื่อนๆ หลังจากนั้นก็พัฒนาต่อมาจนได้ออกมาเป็นตัวอาคารตามแบบที่เห็น ตัวอาคารมีขนาดกว้าง 77 เซนติเมตร ยาว 83 เซนติเมตร และสูง 55 เซนติเมตร มีลักษณะเป็นเปลือก (Shell) หุ้ม Space ขนาดใหญ่ไว้ภายใน

2014-07-16 13.45.04a
แบบจำลองเบื้องต้น เพื่อดูลักษณะการต่อผนังโค้งตรงส่วนมุมของอาคาร

2014-07-16 13.45.21a
ประตูและหน้าต่างกระจกจำนวนมากพอที่จะสามารถมองทะลุเห็นสิ่งที่อยู่อีกด้านหนึ่งได้

เมื่อเริ่มลงมือต่อจริง ผมเริ่มต่อจากผนังกระจกโค้งทั้ง 4 มุม แล้วตามด้วยผนังทั้ง 4 ด้าน พยายามต่อเชื่อมทั้งหมดให้สนิทที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วต่อไล่บริคขึ้นไปทีละชั้นจนถึงหลังคา ต่อขยายหลังคาออกมาจนเกือบครอบคลุม แต่จะไม่ปิดหลังคาทั้งหมดจนมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน เดินหลอดไฟ LED ใต้หลังคาโดยรอบตัวอาคารด้านใน แล้วจัดวางส่วนที่เป็นเสาและคานรวมถึงลองจัดวางยานและที่สิ่งต่างๆ ที่อยากจะแสดงภายใน หลังจากนั้นก็ปูพื้นทั้งหมดด้วย Tile ก็เป็นอันเสร็จพร้อมที่จะนำออกโชว์ได้ รวมเวลาที่ใช้ในการต่อทั้งหมด 15 วันทำงาน (คิดเป็นเวลาจริงประมาณ 65 ชั่วโมง)

IMG7_02428a
ภาพรวมของงานทั้งหมด ซึ่งจะมีเพียง Queue Line กั้นเท่านั้น Science Museum ของผมจะอยู่ทางขวามือ ค่อนไปทางด้านหลัง

IMG7_02427a
เมื่อมองใกล้เข้าไป จะเห็นส่วนที่เป็นหลังคาและเหล่ายาน Star Wars ที่จัดแสดงอยู่ภายในอาคาร

IMG7_02431a
ถ่ายจากด้านนอกของ Queue Line เห็นส่วนของ Main Entrance ที่หันไปด้านคนดู

IMG7_02514a
ขยับเข้าไปใกล้อีกนิด เพื่อให้เห็นยาน The Ghost และ Z-95 ได้มากขึ้น

IMG7_02517a
ถ่ายจากระดับสายตาของ Minifig จะเห็นหลอดไฟที่ส่องสว่างอยู่ภายในอาคาร

IMG7_02476a
ถ่ายจากด้านนอก Queue Line เช่นกัน แต่เป็นอีกมุมหนึ่ง

IMG7_02485a
รูปนี้ถ่ายจากข้างในตัวเมือง ไปยังคนดูข้างนอกซึ่งยืนอยู่หลัง Queue Line

IMG7_02489a
ลองมองทะลุช่องเปิดบนหลังคาลงไป จะเห็นยานหลากหลายของ Star Wars อยู่ภายใน

IMG7_02460a
เขยิบเข้าไปใกล้ เพื่อให้มองเห็นยานต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น

2015-01-10 22.04.27a
ยานขนาดใหญ่จะจอดอยู่ตรงกลาง ส่วนยานลำเล็กๆ จะจัดแสดงอยู่รอบๆ

สำหรับชุดในธีม Star Wars ที่ผมนำมาจัดแสดงใน Museum ผมจะเน้นไปที่ชุดในปี 2014 ซึ่งเป็นชุดในปีล่าสุดที่มีขายอยู่ ได้แก่ 30244 Anakin’s Jedi Interceptor, 30246 Imperial Shuttle, 30247 ARC-170 Starfighter, 75028 Clone Turbo Tank, 75029 AAT, 75030 Millennium Falcon, 75031 TIE Interceptor, 75032 X-Wing Fighter, 75033 Star Destroyer, 75044 Droid Tri-Fighter, 75048 The Phantom, 75051 Jedi Scout Fighter, 75053 The Ghost, 75056 Star Wars Advent Calendar และมีชุดในปี 2013 หลงมา 1 ชุดคือ 75004 Z-95 Headhunter

งานวันเด็กครั้งนี้จบไปด้วยดีและประสพความสำเร็จเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ในภาพโดยรวมแล้ว ชิ้นงาน Science Museum ของผมอาจจะไม่โดดเด่นเท่ากับชิ้นงานของเพื่อนๆ ชาว T-LUG คนอื่นๆ แต่ผมก็รู้สึกสนุก และท้าทายมากที่ได้ทำมันออกมา และท้ายที่สุด ผมรู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสกลับมาทำงานร่วมกับเพื่อนๆชาว T-LUG อีกครั้ง

Posted 31 มีนาคม 2015 by goongtomyum in My Own Creation

MOC – Target Shooting Shop   Leave a comment


Set Name : Target Shooting Shop
Year : 2012 January
Pieces : 200 approximately


มองจากด้านบน หน้าร้านจะอยู่ทางด้านซ้าย มีม้านั่ง เสาโคมไฟ และถังขยะ อยู่หน้าร้าน


ป้ายโฆษณาหน้าร้าน และบรรยากาศด้านหน้าของร้าน


ด้านหน้าร้านเมื่อมองจากมุมสูง และเห็นบรรยากาศภายในร้าน


มองจากมุมสูงจากอีกด้านของร้าน


ด้านหลังของร้านเป็นหน้าต่างเลียนแบบหน้าต่าง Cockpit ของยาน TIE Fighter


ภาพรวมของ “งานวัด” เมื่อมองจากระยะไกล โดยมีร้านยิงปืนอยู่ทางด้านมุมขวาของงาน

เป็นประเพณีทุกปีไปแล้วสำหรับชาว T-LUG ที่จะต้องมีการจัดแสดงโชว์ในงานวันเด็ก ไม่เวทีไหนก็เวทีหนึ่ง ซึ่งปีนี้เรามีถึง 3 เวทีด้วยกัน ดังนั้น จากที่ผมต้ังใจไว้เบื้องต้นว่า ปีนี้จะไม่ขอทำ MOC เนื่องจากภารกิจส่วนตัวที่ค่อนข้างมาก เลยต้องเปลี่ยนใจลงมามีส่วนร่วม และเป็นเพราะหนึ่งในนั้นมี Theme การจัดงานที่น่าสนใจ คือ “งานวัด” ผมจึงตัดสินใจรับทำร้านยิงปืนในทันที แต่ครั้นจะทำออกมาเป็นร้านยิงปีนแบบธรรมดาทั่วๆ ไปก็คงไม่เหมาะ ดังนั้น ผมจึงทำออกมาเป็นร้านยิงปืนสไตล์ Star Wars ดังรูปแบบที่เห็น

ร้านยิงปืนนี้เป็นร้านขนาดเล็กๆ วางอยู่บน Plate 32×32 (Light Grey) ได้พอดี กิจกรรมในร้านก็ง่ายๆ มีเป้ายิงเป็นยานแบบต่างๆ ในเรื่อง Star Wars เป็นหลัก มีรางวัลต่างๆ ที่จะมอบให้กับผู้แม่นปืน เช่น ตุ๊กตาหมี รถไฟเด็กเล่น หุ่น Wall-E ฯลฯ รวมถึงพนักงานสาวประจำร้านในชุด Stormtrooper รูปแบบของร้านก็เป็นสี่เหลี่ยมธรรมดา มีผนังด้านหลังเป็นหน้าต่างเลียนแบบหน้าต่างของห้อง Cockpit ของยาน TIE Fighter ผนังด้านข้างทั้งสองข้างใช้สี Dark Grey, Blue และ Medium Blue เรียงเป็นชั้นๆ หลังคาเปิดโล่ง เพื่อให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ภายใน ยานเล็กๆ ที่เป็นเป้า ได้แก่ Snowspeeder, Imperial Shuttle, Republic Gunship, Millinium Falcon, A-Wing, TIE Fighter ยืมมาจากชุด 7958 Star Wars Advent Calendar ส่วนของเล่นที่เป็นรางวัลเพื่อมอบให้กับผู้แม่นปืน เช่น ตุ๊กตาหมี, รถไฟเด็กเล่น ก็นำมาจากชุด 10199 Winter Village Toy Shop

เป็น MOC แบบง่ายๆ สนุกๆ ใช้เวลาไม่นาน 2 – 3 ชั่วโมงก็เสร็จแล้วครับ แม้จะไม่โดดเด่น หรือยิ่งใหญ่ แต่ก็ดีใจครับ ที่ได้มีโอกาสโชว์งานร่วมกับเพื่อนๆ ชาว T-LUG และน้องๆ ชาว T-LUG Kids อีกครั้ง

งานโชว์ชุด “งานวัด” นี้ยังตั้งแสดงอยู่ที่ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ชั้น 4 จามจุรีสแควร์ ท่านที่สนใจสามารถไปชมดูได้ครับ

Posted 8 มีนาคม 2012 by goongtomyum in My Own Creation

MOC – Imperial Inspection   Leave a comment

Set Name : Imperial Inspection
Year : 2011 January
Pieces : 12,000 approximately
Figures : 538

หลังจาก THAI LEGO City Project เมื่อวันเด็กปีที่แล้วผ่านพ้นไปได้ 6 เดือน พวกเรา T-LUG ก็ได้ข้อสรุปว่า Project ต่อไปจะเป็น Star Wars โดยจะจำลองเป็นฉากต่างๆ ที่พวกเราอยากเห็นและอยากทำ โดยระดมความคิดกันมาว่าน่าจะเป็นฉากไหนบ้าง ซึ่งก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้นออกมาว่า จะมีฉาก Battle of Hoth, Battle of Endor, Pod Racing, Imperial Inspection, Battle of Yavin (ลุคขับ X-Wing เข้าไปทำลาย Death Star), Battle of Christophsis (ฉากเปิดเรื่องของ The Clone Wars ฉบับโรงภาพยนต์), Battle of Coruscant (ฉากเปิดเรื่องของ Revenge Of The Sith), ดาว Tatooine, ปลายักษ์ Opee & Gungan Sub, R2-D2 ขนาด 1:1, Venator Class ขนาด 2-3 เมตร หลังจากกลั่นกรองถึงกำลังคน ทรัพยากรต่างๆ ที่แต่ละคนมี บวกกับความเป็นไปได้ที่จะทำได้เสร็จทันเวลา พวกเราก็สรุปมาว่าจะมีฉากดังนี้ คือ Battle of Hoth, Battle of Endor, Pod Racing, Imperial Inspection, Battle of Geonosis, Battle of Coruscant (ฉากเปิดเรื่องของ Revenge Of The Sith), ดาว Tatooine, ปลายักษ์ Opee & Gungan Sub, R2-D2 ขนาด 1:1 และหุ่น Minifig สูงประมาณ 1 ฟุตอีก 4-5 ตัว

บรรดาฉากที่พวกเราเลือกมานี้ มีฉากใหญ่ที่สุดคือ Battle of Hoth รองลงมาก็เป็น Pod Racing ส่วนตัวผมขอทำฉากขนาดปานกลางซึ่งก็คือฉาก Imperial Inspection โดยมีขนาดที่กำหนดไว้ตอนแรกคือ 2.0 x 2.0 เมตร ซึ่งเมื่อมาลองคิดคำนวณ และวาง Lay Out ดูแล้ว ขนาด 2.0 x 2.0 เมตร หรือ ถ้าเทียบเป็นแผ่น Plate เทาใหญ่ของ Lego (48×48 ปุ่ม) ก็จะประมาณเท่ากับ 5.25 x 5.25 Plate ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่มาก ผมลองเอา Plate เทาใหญ่วางเรียงบนพื้นห้อง โดยวางลงไป 5 x 5 Plate และลองเอายานต่างๆ ที่คิดว่าควรจะมีในฉากนี้ ไม่ว่าจะเป็น Imperial Shuttle, TIE Fighter, TIE Bomber, TIE Advanced มาลองวางลงไปดู และจัดแถว Stormtrooper เท่าที่พอเกณฑ์มาได้ลงไปด้วย ปรากฏว่า เหลือพื้นที่อีกเพียบที่ไม่รู้จะเอาอะไรใส่ลงไปดี จึงลองลดขนาดลงเหลือ 4 x 4 Plate เทา และเอายานต่างๆ ข้างต้นพร้อมกับเหล่า Stormtrooper ลองวางลงไปใหม่ คราวนี้ กลับจัดวางได้ค่อนข้างพอดี ซึ่งทำให้ผมได้ข้อสรุปว่า ขนาด 4 x 4 Plate เทาใหญ่ หรือประมาณ 1.5 x 1.5 เมตร น่าจะเป็นขนาดที่เหมาะสมสำหรับฉากนี้ และผมก็ได้แจ้งกับหัวหน้า Project คืออาจารย์พิจารณ์ขอลดขนาดของฉากนี้ลงเหลือ 1.5 x 1.5 เมตร

สาเหตุที่ผมเลือกทำฉาก Imperial Inspection นี้ก็เพราะว่า ผมอยากทำฉากที่มี Minifig เยอะๆ และโดยที่ผมเป็นคนที่ชอบ Lego Star Wars มาก ถ้าจะมี Stormtrooper เยอะๆ มาเข้าฉาก ก็ต้องมีแต่ฉากนี้เท่านั้น และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ปีที่แล้วในงาน THAI LEGO City Project ที่ผมได้ทำ Movie Studio และจำลองฉากตรวจพลนี้ลงไปในอาคาร แต่ไม่สามารถใส่จำนวน Stormtrooper ได้มากเท่าที่ใจต้องการ เนื่องจากถูกจำกัดด้วยขนาดของตัวอาคาร ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการแก้ตัวใหม่ และเพื่อความสะใจของผมเอง

หลังจากที่ผมได้ข้อสรุปถึงขนาดที่จะทำแล้ว ผมก็ได้ลองจินตนาการถึงภาพที่ผมอยากจะเห็น และลองคำนวณดูถึงจำนวนยานและ Minifig ที่ต้องใช้ สรุปโดยคร่าวๆ ก็คือ ผมจะแบ่งพื้นที่จากปากทางเข้าลานจอดยานออกเป็น 2 ข้าง ข้างหนึ่งจะเป็นแถวทหาร Stormtrooper และ Scout Trooper มาคอยรับจักรพรรดิพัลพาทีน เอาแบบจำนวนเยอะๆ สุดๆ ไปเลย มี Stormtrooper ซัก 500 ตัว และ Scout Trooper อีกซัก 300 ตัว ส่วนอีกข้างก็เป็น TIE Hangar หรืออู่จอดยาน TIE มียาน TIE จอดอยู่ซักประมาณ 12 ลำ มีทหาร Death Star Trooper ซัก 100 ตัว มีนายทหารรวมกับนักบินอีกซักประมาณ 100 ตัว ซึ่งผมก็ได้ลองต่อแบบจำลองแแบบง่ายๆ ตามมโนภาพที่คิดไว้ในใจเหมือนกับเป็นแบบร่างขั้นต้น (Preliminary Draft) ให้กับหัวหน้า Project และเพื่อนๆ ในกลุ่มได้ติชมกัน


แบบจำลองคร่าวๆ ก่อนลงมือทำจริง เห็น TIE Hangar อยู่เบื้องหลัง


จำลองการวางแถวทหาร Stormtrooper และ Imperial Trooper แบบคร่าวๆ

หลายคนอาจจะเคยดูฉาก Imperial Inspection นี้ในหนัง Star Wars : Episode VI – Return Of The Jedi หรืออาจจะเคยเห็นฉากนี้ที่ Builder ชาวต่างประเทศเคยทำมาก่อน อาจจะมีคำถามหรือข้อสงสัยว่า เอ! ฉากนี้ไม่มียาน TIE Fighter นี่นา หรือ ฉากนี้ไม่เห็นอู่จอดยาน TIE Fighter หรือ TIE Hangar ไม่ใช่หรือ คำตอบคือ ถูกครับ จริงๆ แล้ว ฉากนี้ในหนังจะไม่เห็นยาน TIE Fighter หรืออู่จอดยาน TIE Fighter แต่อย่างใด แต่ที่ผมทำให้เห็นอู่จอดยาน TIE Fighter ด้วยก็เพราะ ผมเคยนึกสงสัยว่า ยาน TIE Figher นี่มันจอดในอู่จอดยังไง มันจะจอดโดยเอาปีกวางอยู่บนพื้นเฉยๆ เลยหรือ แต่พอมารู้ว่ามันต้องมีคานพร้อมโครง Truss ที่แขวนลงมาจากเพดานเป็นเหมือนราวคอยจับยานเอาไว้ ก็เลยเกิดอาการอยากทำอู่จอดยาน TIE Fighter ขึ้นมาด้วย และอีกเหตุผลนึงก็คือ ไม่อยากทำให้เหมือนกับที่เคยมีคนทำมาแล้ว ที่มีเพียงยาน Imperial Shuttle กับเหล่า Minifig มาวางเรียงกันเฉยๆ ครับ

ก่อนที่ผมจะได้เริ่มลงมือต่อจริง ก็มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนแบบอีกครั้ง นั่นก็คือ มีการจัดงาน LEGO and the Magical World of Harry Potter ขึ้น และผมได้ทราบว่า ตู้โชว์ตู้หนึ่งพร้อมที่ครอบ Acrylic ซึ่งมีขนาด 1.5 x 1.5 เมตร ที่ใช้โชว์ฉากแข่งขันไตรภาคีด่านแรกและด่านที่สามในขณะนั้น จะเป็นตู้ที่ใช้สำหรับโชว์ฉาก Imperial Inspection ของผมในงาน Star Wars Saga ครั้งถัดไป เมื่องาน LEGO and the Magical World of Harry Potter จบ ผมได้วัดขนาดกว้าง x ยาว x สูง ของตู้โชว์ดังกล่าวโดยละเอียด เพราะกลัวว่าความสูงของตู้จะไม่พอ แต่กลับกลายเป็นว่า ความสูงของตู้กลับพอดีอย่างฉิวเฉียด แต่ความกว้างและยาว เมื่อหักความหนาของขอบฐานไม้และขอบ Acrylic ออกแล้วกลับน้อยกว่า 1.528 เมตร หรือ ความยาวของ 4 Plate เทาใหญ่ไปเพียงนิดเดียว ซึ่งนั่นหมายความว่า ผมจะต้องลดขนาดของฉากลงเหลือเพียง 3 x 3 Plate เทาใหญ่ หรือ ยืนยันที่จะทำฉากในขนาด 4 x 4 Plate เทาใหญ่เท่าเดิมแล้วให้เค้าไปทำตู้ใบใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาแทน ซึ่งในที่สุด ผมก็ได้ตัดสินใจลดขนาดของฉากลงมาเหลือเพียง 3 x 3 Plate เทาใหญ่ (ทุกวันนี้ยังข้องใจอยู่ว่า ถ้าทำขนาด 4 x 4 plate เทาใหญ่ออกมาจริง มันจะดูอลังการขนาดไหน?)


ภาพถ่ายจากด้านบน เมื่อตอนใกล้เสร็จ (ก่อนปู Tile สีดำและสีเทาเข้ม)


ตำแหน่งของ Minifig ทั้งหมดจะต้อง fix ตำแหน่งที่แน่นอนก่อนการปู Tile


แถวทหาร Stormtrooper พร้อมถือปืน E-11 Blaster Rifle

ผมเริ่มลงมือทำโดยเริ่มจากต่อเสาและกำแพงตามแบบที่คิดไว้ โดยพยายามประกอบเป็นส่วนๆ และคิดวิธีที่จะนำทั้งหมดมาเชื่อมโยงกันภายหลัง เพื่อประโยชน์ในการขนย้าย (มีบทเรียนจากงานปีที่แล้วมาแล้ว) จากนั้นก็กำหนดว่าจะทำ TIE Hangar หรือที่จอดยาน TIE ขนาดเท่าไหร่ วางไว้ตรงไหนบ้าง ผมได้เปลี่ยนจากการแขวนคานจากเพดานมาเป็นการยกเสาขึ้นไปรับคานแทน เพราะไม่มีเพดานให้แขวน 🙂 เมื่อฝั่งจอดยาน TIE ลงตัว มาถึงฝั่งแถวทหาร ด้วยขนาดพื้นที่ที่ลดลงอย่างมาก ผมได้ตัด Scout Trooper ออกทั้งหมด เหลือ Stormtrooper เพียงอย่างเดียว กำหนดว่าจะมีทั้งหมดกี่แถวกี่ตอน ยืนตรงตำแหน่งไหนบ้าง ต่อมาก็เป็นการกำหนดตำแหน่งให้กับ Imperial Shuttle, Imperial Palpatine, Darth Vader และ Imperial Guard ส่วนขั้นตอนท้ายสุดก็คือการปู Tile สีดำและสีเทาเข้ม (Dark Bluish Grey) ให้เต็มทุกพื้นที่ที่มี


ภาพถ่ายจากด้านบน แสดงตำแหน่งที่แน่นอนของยาน Imperial Shuttle, Emperor Palpatine, Darth Vader แถว Imperial Guard


ภาพถ่ายจากด้านอู่จอดยาน TIE เห็นแถวทหาร Stormtrooper ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม


แถวของ Imperial Guard ที่คอยคุ้มกันให้กับจักรพรรดิ


Emperor Palpatine เดินนำหน้า โดยมี Darth Vader เดินตาม

ตัวฉากทั้งหมดเมื่อประกอบเสร็จเรียบร้อย จะมีขนาดกว้าง x ยาว x สูง เท่ากับ 117 x 125 x 42 เซนติเมตร brick ส่วนใหญ่ที่ใช้ทำเป็นสีเทาเข้ม (Dark Bluish Grey) จำลองออกมาให้ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของอู่จอดยานขนาดใหญ่อู่หนึ่งของ Death Star II มีผนังล้อมรอบ 3 ด้าน ตรงกลางพื้นที่เป็นลานจอดยานขนาดใหญ่ ยานพาหนะที่นำมาเข้าฉากได้แก่ Imperial Shuttle จากชุด 7264 Imperial Inspection, TIE Advanced จากชุด 7150 TIE Fighter & Y-wing, TIE Bomber จากชุด 4479 TIE Bomber และ TIE Fighter 6 ลำ โดย 2 ลำมาจากชุด 7146 TIE Fighter 2 ชุด, 2 ลำจากชุด 7263 TIE Fighter 2 ชุด, และอีก 2 ลำจาก ชุด 10131 TIE Collection ใช้ Minifig ทั้งหมด ดังนี้ Emperor Palpatine, Darth Vader, 12 Imperial Guard, 22 Imperial Officer, 73 Imperial Trooper (Grey Suit), 99 Imperial Trooper (Black Suit), 330 Stormtrooper รวมเวลาที่ใช้ในการต่อทั้งหมด 20 วันทำงาน (คิดเป็นเวลาจริง 76 ชั่วโมง)


ตั้งแสดงในตู้พร้อมที่ครอบ Acrylic ขนาด 1.5 x 1.5 เมตร


มีไฟกระพริบสีฟ้าที่ผนังทั้งสองด้าน

ณ วันนี้ งาน Star Wars Saga ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และถือได้ว่าประสพความสำเร็จเป็นอย่างดี (ชุด Star Wars ของปี 2011 เกิดอาการขายดีจนมีของไม่พอขาย) ทุกฉากทุกชิ้นงานที่พวกเราชาว T-LUG ได้ทำขึ้นมา ถือได้ว่าเป็น Highlight ทั้งสิ้น ผมดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานครั้งนี้ และทุกวันนี้ผมยังรู้สึกดีทุกครั้งที่คิดถึงช่วงเวลาที่ต่องานชิ้นนี้ เพราะในช่วงเวลานั้นผมได้มองดูกองทัพอันเกรียงไกรของจักรวรรดิทุกวันด้วยความเป็นปลื้มแบบสุดๆ จนอยากจะเก็บมันเอาไว้เชยชมที่บ้านคนเดียว และแอบหวังไว้ว่า ซักวันผมจะมีกองทัพขนาดนี้เก็บไว้เชยชมที่บ้านจริงๆ

Posted 17 กุมภาพันธ์ 2011 by goongtomyum in My Own Creation

MOC – Lifes on Death Star   3 comments

 
Set Name : Lifes on Death Star
Year : 2010 March
Pieces : 400  approximately
 
จากการขายดิบขายดีของ Lego ชุด 10188 Death Star ซึ่งแฟนๆ ใน Theme ของ Star Wars ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง และต่างไขว่คว้าหามาครอบครอง โดยชุดนี้ จะเป็นการจำลองฉากต่างๆ ที่เกิดขึ้นบน Death Star ทั้ง Death Star I และ Death Star II ผมเลยคิดว่า ยังมีอีกหลายฉากที่ไม่ได้ถูกจำลองมาในชุดนี้ มีเบื้องหลังอีกมากมายที่พวกแฟนๆ ยังไม่ได้เห็น จึงเป็นที่มาของ MOC ในครั้งนี้ ซึ่งทำออกมาในรูปแบบ Vignette 12×12
 
ผมจำลองเป็น 3 ชั้นครับ โดยชั้นบนเป็นชั้นของ จักรพรรดิพัลพาทีน ดาร์ธ เวเดอร์ และ Royal Guard ชั้นกลางเป็นชั้นของเหล่า Stormtrooper และ Death Star Trooper ส่วนชั้นล่างเป็นส่วน Service ครับ
 
ถ่ายจากอีกมุมนึงครับ
 
 
 
ชั้นบนสุด จักรพรรดิพัลพาทีน กำลังกลุ้มใจที่กำจัดฝ่ายกบฏไม่ได้ซักที เลยนั่งปรึกษากับดาร์ธ เวเดอร์ และ Royal Guard พร้อมกับดวดเบียร์ Heineken หมดไปหลายขวดครับ
 
 
 
ในชั้นกลาง เหล่าทหาร Stromtrooper และ Death Star Trooper กำลังเล่นพนันขันต่อกับการแบ่งข้างแข่งปิงปองอย่างเอาเป็นเอาตายครับ ฝายไหนแพ้ อาจจะต้องหมดตัวได้ครับ
  
 
 
ชั้นล่างซึ่งเป็นส่วน Service พ่อครัวในชุด Stromtrooper กำลังเสริฟอาหารและเครื่องดื่มให้เหล่า Stromtrooper ที่มาใช้บริการที่เคาน์เตอร์บาร์ 
 
ก็ถือว่าเป็นงาน MOC สนุกๆ เอามันอีกชิ้นหนึ่งครับ ไม่มีเทคนิคอะไรมากมาย แต่เอาฮาครับ (หลายคนอาจไม่ฮาก็ได้ครับ ยิ้ม) และขอแถมอีก 2 ฉากซึ่งทำเป็นแบบ Vignette 8×8 ไว้ตั้งแต่ต้นปี 2009 แล้ว ก็คือฉาก Stormtrooper กำลังพักผ่อนโดยการดูหนัง และอีกฉากคือฉากส่วนตั๊วส่วนตัวในห้องน้ำครับ
 
 
Stormtrooper กำลังนั่งดูหนัง และลุกขึ้นเชียร์ในฉากไคลแมกซ์
 
 


 Stormtrooper ในห้องน้ำชายขณะทำธุระส่วนตัวครับ

Posted 25 มีนาคม 2010 by goongtomyum in My Own Creation

MOC – Movie Studio   Leave a comment

 
Set Name : Movie Studio
Year : 2010 January
Pieces : 1,608
 
ความเป็นมาของ MOC ชิ้นนี้ คงต้องเล่าท้าวความไปถึงตอนเริ่มต้นโครงการ THAI LEGO City Project เมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งชื่อ project ก็บอกชัดแจ้งอยู่แล้วว่าเป็น City ดังนั้นผมคิดว่าคงไม่ได้มีส่วนร่วมใน project นี้เป็นแน่แท้ เพราะว่าผมมีแต่ชุดใน theme ของ Star Wars เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ City นี่ ถือว่ามีน้อยยยมาก แต่เมื่อคิดไปคิดมา ก็รู้สึกเสียดายโอกาสที่จะได้ร่วม join ความสนุกกับเพื่อน T-LUG คนอื่นๆ  ดังนั้น ผมเลยต้องคิดหาวิธีที่จะเอาชุด Star Wars ของผมมาร่วมแจมใน project นี้ให้ได้ และจะต้องเข้ากันได้กับความเป็น City ของ project นี้ได้ด้วย
 
แรกเริ่มเลย ผมคิดว่าจะทำเป็นสวนสนุกประเภท Theme Park อะไรประมาณนี้ แล้วมีนักแสดงมาแต่งตัวเป็น Darth Vader บ้าง พวกเจไดต่างๆ บ้าง มาเดินโชว์บ้าง ขี่จักรยานโชว์บ้าง ถ่ายรูปกับผู้ชมบ้าง ฯลฯ แต่ก็ได้แค่คิด พอจะลงมือทำจริงก็ตันไปหมด เพราะพวก brick ที่จะเอามาทำต้นไม้กับจัดสวนนี่ไม่มีเลย แถมถ้าทำเต็ม unit นี่จะต้องเอาอะไรลงไปโชว์บ้าง มันถึงจะไม่ดูโหรงเหรง ตัว Theme Park เองก็น่าจะเหมาะกับพวก Castle หรือ Pirate มากกว่านะ ให้คนอื่นเอาไปทำดีกว่า และอีกเหตุผลที่สำคัญก็คือ ผมเริ่มนึกถึงความปลอดภัยของ Darth Vader และ เหล่าเจได รวมถึง Stormtrooper, Clone Trooper, Scout Trooper, Snow Trooper ฯลฯ ที่จะมาปรากฏตัว (ซึ่งอาจโดนมือดีที่ไม่หวังดี จิ๊กไปได้)  เปลี่ยนแผนดีกว่า ถ้าจะให้ปลอดภัยหน่อย ก็น่าจะมีอะไรมาห่อหุ้ม ปิดล้อมซักหน่อย แต่จะทำเป็นอะไรดีล่ะ อืม Star Wars นี่มันน่าจะมีสวนสนุกแบบ Disney หรือ Universal บ้างนะ หนังก็ออกจะดัง โกยรายได้ติดระดับ Top Ten ของ Box Office ทั่วโลก อ้าว ในเมื่อมันเป็นหนังแล้วทำไมไม่ทำเป็นโรงถ่ายหนังไปเลยล่ะ น่าจะทำได้นะ ทำเป็น Studio ถ่ายหนังหลังใหญ่ๆ แต่ต้องไม่ปิดทึบ ให้ดูโปร่งใสมองเห็นได้ถึงข้างใน (ภายหลังคุณหมอปูบอกว่า น่าจะเปิดโล่งไปเลย ไม่ต้องมีผนังอะไรทั้งนั้น จะได้เห็นกองทัพ Stormtrooper ชัดๆ)
 
เอาละ เป็น Studio ถ่ายหนัง Star Wars นี่แหละ แล้วจะทำใหญ่ขนาดไหนดีล่ะ ต้องคิดอีกแล้ว เอาแบบที่ใหญ่ขนาดที่จะจำลองฉากใหญ่ๆ ที่ดูแล้วอลังการไว้ภายในได้ ต้องเป็นฉากนี้เลย ฉากที่จักรพรรดิพัลพาทีนไปตรวจการสร้าง Death Star II โดยมี Darth Vader คอยต้อนรับ พร้อมกับแถวทหาร Stormtrooper, Scout Trooper จำนวนมากในภาค Return Of The Jedi ที่ออกฉายในปี 1983 นี่แหละ แถมมียาน Imperial Shuttle ซึ่งสวยมาก และ TIE Fighter อีกหลายลำรวมอยู่ในฉากนี้ด้วย สรุปแล้ว ต้องใหญ่ซักประมาณ 2 unit นี่แหละกำลังงาม
 
ด้วยความที่ไม่เคยต่ออะไรที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต จึงทำให้ไม่รู้ว่า ไอ้ขนาด 1 unit หรือ 0.75 x 0.75 เมตร หรือเท่ากับ 3 x 3 เพลทเขียวที่อาจารย์พิจารณ์กำหนดมานี่ มันโคตรใหญ่เลย!!!!  การจะต่อให้เต็ม unit จะต้องมีทรัพยากร (brick) เป็นจำนวนมหาศาล พอเริ่มวางเพลท และขึ้นโครงร่าง โอ้โฮ!!! มันใหญ่มาก ถ้ากว้าง 0.75 เมตร ยาว 1.5 เมตร มันควรจะต้องสูงเท่าไหร่ล่ะ ถึงจะได้ proportion ที่ดี อย่างน้อยก็คงซัก 0.40 เมตรเป็นอย่างน้อย ก็ดีนะ จะได้ใส่ Imperial Shuttle ทั้งลำลงไปได้อย่างสบาย พอทำโครงสร้างคร่าวๆ เสร็จ เท่านั้นแหละ ตายล่ะ มันใหญ่โตมโหฬารมากมาก แล้วมันจะขนกันยังไง จะยกไปโชว์ยังไงเนี่ยถ้าใหญ่ขนาดนี้ แล้ว brick ที่มีก็คงไม่พอแน่ๆ คิดไปคิดมาอีกหลายตลบ สุดท้ายก็เลย ตัดสินใจ ตัดใจ ทำใจ จำใจ ลดขนาดลงเหลือเพียง unit เดียว ก็เลยออกมาเป็นรูปร่างแบบที่เห็นนี่แหละ
 
เมื่อมองจากด้านบน จะเห็นผู้กำกับพร้อมกล้องทั้งสี่ตัว กำลังถ่ายจักรพรรดิพัลพาทีนขณะมาถึง Death Star II และ Darth Vader พร้อมด้วยเหล่า Stormtrooper กำลังเข้าแถวต้อนรับ
 
จากด้านหน้าที่เป็นผนังกระจกใส มองเห็นตากล้องและเหล่านักแสดงที่อยู่ภายใน Studio
 
ด้านข้างของ Studio แม้จะไม่โปร่งเท่าด้านหน้า แต่ก็เป็นหน้าต่างขนาดใหญ่หลายบาน ที่ทำให้มองเห็นภายในได้อย่างชัดเจน
 
แสดงให้เห็นถึงการถ่ายทำที่อยู่ภายใน Studio ขณะผู้กำกับ (ขวามือ) สั่งเดินกล้องทั้งสี่ตัวพร้อมกัน
 
ตากล้องบนรถ กำลังดอลลี่กล้องถอยหลัง ขณะที่เล็งกล้องไปที่จักรพรรดิพัลพาทีนที่กำลังก้าวเดิน
 
ภาพจากมุมบนเหนือ Imperial Shuttle ที่อยู่ด้านหลังสุด
 
ขณะนำไปจัดแสดงในงาน THAI LEGO City ที่เอ็มโพเรี่ยมในระหว่างวันที่ 7-17 มกราคม 2553 โดยภาพนี้ถ่ายจากด้านหน้าของ Studio
 
ภาพถ่ายจากด้านข้าง แม้จะมีเสาและผนังบังอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอมองเห็นเหล่า Stormtrooper ที่อยู่ข้างในได้อย่างชัดเจน
 
ภาพถ่ายจากอีกมุมหนึ่งที่ค่อนไปทางด้านหลังของตัวอาคาร
 
ภาพถ่ายจากอีกมุมหนึ่งทางด้านหน้า จะเห็นได้ว่าตัวอาคารวางอยู่ท่ามกลางอาคารอื่นๆ ทำให้ค่อนข้างอยู่ไกลจากผู้ชมพอประมาณ และอาจทำให้บางคนไม่ทันสังเกตว่ามีกิจกรรมเกิดขึ้นภายในตัวอาคาร 
 
ผู้กำกับการแสดง (แถวหลัง-กลาง), ผู้ช่วยผู้กำกับ และตากล้องทั้ง  3 คน พร้อมด้วยกล้องถ่ายทำภาพยนต์จำนวน 4 ตัว และไฟส่องสว่างสำหรับใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์
 
ตัวอาคารมีขนาดกว้างยาวและสูงเท่ากับ 41.5 x 70 x 32 เซนติเมตร ใช้ brick สีน้ำเงินเป็นหลัก เนื่องจากผมคาดว่าคงไม่มีใครใช้สีน้ำเงินเป็นหลักใน project ครั้งนี้ และที่สำคัญคือ ผมมี brick สีนี้มากสุด และเพื่อให้ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงของอาคารที่ต้องการ space ภายในที่กว้างใหญ่ โครงสร้างของอาคารจะต้องเป็นโครง Truss ขนาดใหญ่ ดังนั้นผมจึงเลือกเอาตัว Support ทั้งแบบตั้งและนอนมาทำเป็นเหมือนโครง Truss เพื่อทำเป็นโครงสร้างหลักของตัวอาคาร ซึ่งทำให้เกิด space ภายในมากพอที่ใส่สิ่งที่ต้องการลงไปได้ แต่ในแง่ความเป็นจริงแล้ว ต้องบอกว่าชิ้นงานนี้ค่อนข้างมีความเปราะบางมาก เนื่องจากผนังอาคารที่ล้อมรอบทั้ง 4 ด้านไม่ได้มีแกนยึดระหว่างกันไว้ภายในเลย รวมถึงไม่มีการใช้กาวทาระหว่าง brick เพื่อให้ติดแน่นด้วย ดังนั้น เมื่อถึงเวลาขนส่งชิ้นงานไปยังจุดตั้งแสดง ชิ้นงานที่มีความเปราะบาง บวกกับการขนส่งที่ขาดความระมัดระวังอย่างเพียงพอเยี่ยงมืออาชีพ จึงทำให้ชิ้นงานเกือบครึ่งต้องพังทลายลงมา (เสียดายว่าตอนนั้นผมไม่ได้ถ่ายรูปเก็บเอามาให้ดูกัน เป็นใคร ตอนนั้น ก็คงไม่มีอารมณ์มาถ่ายรูปเป็นแน่แท้) และหลังจากนั้น ผมต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงต่อมาเพื่อซ่อมแซมให้มันกลับมามีสภาพดังเดิม
 
เมื่อตัวอาคารออกมาเป็นรูปร่างแล้ว ก็ถึงคราวคัดเลือกตัวนักแสดงและทีมงานครับ ทีมงานถ่ายทำไม่มีปัญหา ผมได้ตัวผู้กำกับการแสดงฝีมือดี (ขอสงวนนามครับ 555) ผู้ช่วยฯ พร้อมทีมตากล้องและกล้องถ่ายภาพยนต์มาถึง 4 ตัว ส่วนทีมนักแสดง ตอนแรกตั้งใจจะมี Stormtrooper ซัก 100 คนขึ้น (ตามที่คุยไว้กับคุณหมอปู) แต่เมื่อลองเรียงแถวเข้าไปในตัวอาคาร ปรากฏว่า เข้าไม่หมดครับ เลยต้องตัด Stormtrooper ลงเหลือเพียง 66 คนเท่านั้น ส่วน Scout Trooper ทั้งหมดต้องงดเข้าฉากครับ
 
ในส่วนของหลังคานั้น ด้วยความที่ผมเข้าใจว่า โต๊ะตั้งแสดงคงไม่สูงนัก ถ้าไม่มีหลังคาปิด น่าจะทำให้ผู้ชมมองเห็นกิจกรรมภายในจากด้านบนได้ ผมจึงทำหลังคาเปิดทิ้งไว้ ซึ่งก็เป็นความคิดที่ผิด เพราะโต๊ะตั้งแสดงไม่ได้เตี้ยขนาดนั้น และถ้ามีหลังคาปิด ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นจำนวนมหาศาลมาจับได้ (ไม่น่าเชื่อว่าในห้างฯ จะมีฝุ่นเยอะขนาดนั้นครับ)
 
สรุป Minifig ที่นำมาประกอบในชิ้นงานนี้ประกอบไปด้วย
Theme ของ Star Wars – Darth Vader, Emperor Palpatine, 4 Royal Guard, 12 Imperial Trooper, 66 Stormtrooper
Theme ของ Studio – Director, Grip, 2 Cameraman, Police
 
ส่วนชิ้นส่วนหลักๆ ที่ใช้จากจำนวนทั้งหมด 1,608 ชิ้น (ไม่รวม Minifig และของตกแต่ง) ก็เช่น
Blue Brick 2×4  (x776), Blue Brick 2×3  (x20), Blue Brick 1×8  (x50), Dark Blulish Grey Brick 1×8  (x20), Light Grey Plate 2×8  (x74), Light Grey Plate 2×4  (x36), White Window Frame 1x4x6  (x80), Black Window Frame 1x4x3  (x82), Transparent Black Panel 1x4x3  (x48), Black Support 2x16x2 Girder Triangular Horizontal  (x18), Black Support 2x2x10 Girder Triangular Vertical – Type 3  (x36) ฯลฯ
 
แม้การจัดแสดงงาน THAI LEGO City ในครั้งนี้จะจบไปแล้ว และแม้ Movie Studio ของผมจะไม่เด่นเท่าชิ้นงานของเพื่อน T-LUG คนอื่นๆ แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกสนุกที่ได้ทำมัน  และจากการที่ผมได้มีส่วนร่วมในงานครั้งนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงอุปสรรคต่างๆ และเชื่อว่า ถ้ามีการจัดงานในลักษณะนี้อีกในครั้งต่อไป มันจะต้องออกมาดีกว่าครั้งนี้แน่ พร้อมกันนั้น การทำงานในครั้งนี้ก็ได้สอนผมว่า การเดินไปสู่เป้าหมายไม่ได้ราบเรียบเสมอไป แต่การมีทีมที่ดีจะทำให้แก้ปัญหา (หน้างาน) และเอาชนะอุปสรรคได้ครับ ยิ้ม

Posted 27 มกราคม 2010 by goongtomyum in My Own Creation

MOC – 501st Legion Shop   Leave a comment

 
Set Name : 501st Legion Shop
Year : 2009 July
Pieces : 500  approximately
 
ให้ดูแปลนก่อนครับ จะได้ไม่งง
 
ถ่ายจากด้านบนเห็นด้านหน้าและด้านข้างซ้าย
 
รูปด้านหน้ากับด้านข้างซ้ายซึ่งมีโปสเตอร์ Recruit คนเข้าร่วมกองร้อย 501
 
รูปด้านหน้าและด้านข้างขวา
 
พนักงานหน้าร้านเปิดประตูเชื้อเชิญให้เข้าชม
 
รูปถ่ายจากด้านบนแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดภายในร้าน
 
แผนกขายชุด Stormtrooper บนชั้นที่ 2
 
เหล่าแฟนคลับ Star Wars เดินเลือกชุด
 
ห้องน้ำและ Locker เก็บของที่ชั้นล่าง
 
สุขภัณฑ์ในห้องน้ำครับ
 
แผนกขายอาวุธ (ซ้าย) และแคชเชียร์ที่หน้าประตูเข้าร้าน (ขวา)
 
รูปถ่ายจากด้านหน้า โดยไม่มีผนังกั้น
 
รูปถ่ายจากด้านหน้า โดยไม่มีผนังและโครง Truss อันแรกกั้น
 
รูปถ่ายจากด้านหน้า โดยไม่มีผนังและโครง Truss ทั้ง 2 อันกั้น เห็นหุ่นจำลอง Darth Vader, Stormtrooper และ Scout Trooper ที่อยู่บนแท่นโชว์ด้านหลัง
 
รูปถ่ายจากด้านซ้าย โดยไม่มีผนังกั้น
 
 
 
หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวของ “501st Legion” หรือ “กองพลน้อยที่ 501” หรือ “กองร้อย 501” มาบ้างแล้ว แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย กองร้อย 501 เป็นชื่อเรียกของเหล่าแฟนคลับ Star Wars ที่ทำชุด Stormtrooper ทหารของฝ่ายจักรวรรดิมาสวมใส่กันเอง โดยแต่ละชุดจะมีความสมจริงสมจังมากราวกับหลุดออกมาจากหนังเรื่อง Star Wars เลยทีเดียว แต่แค่ชุดสวยๆ คงไม่ทำให้กลุ่ม กองร้อย 501 กลายเป็นข่าวโด่งดังขึ้นมาได้ ถ้าหากไม่พ่วงข้อเท็จจริงที่ว่า แฟนคลับกลุ่มนี้ไม่ใช่เด็กเนิร์ดที่สวมชุด Stormtrooper ไปป้วนเปี้ยนหน้าโรงหนังที่ขาย Star Wars, ในงาน Star Wars Celebration, ร้านขายของเล่น หรืองานปาร์ตี้ที่ไหน แต่เป็นผู้ใหญ่ที่สวมวิญญาณทหารฝ่ายจักรวรรดิไปช่วยระดมทุนหาเงินมาช่วยเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็ง, ดาวน์ซินโดรม และสารพันงานการกุศล โดยไม่เคยเรียกร้องค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน หรือถ้าใครอยากให้จริงๆ ก็ขอรับเป็นเช็คเงินสดจ่ายเข้าองค์กรการกุศลในชื่อของ 501st Ligion แทน และที่สำคัญ สมาชิกของกองร้อย 501 ไม่ได้มีแค่หลักสิบหลักร้อย แต่มีถึง 4,000 กว่าคนใน 40 ประเทศทั่วโลก
 
จุดเริ่มต้นของกองร้อย 501 ต้องย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ 1997 เมื่อ อัลบิน จอห์นสัน (Albin Johnson) กับเพื่อนคือ ทอม คริวส์ สวมชุดเกราะ Stormtrooper ที่ทำขึ้นมาเองอย่างสวยงาม ไปร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์ของ Star Wars Special Edition (Episode IV- VI ที่กลับมาฉายใหม่) แล้วนำรูปที่ถ่ายมาได้มาโพสต์อวดเพื่อนในเวบไซต์ของตัวเอง ใครเห็นเข้าก็ชมว่าแจ่มมาก บางคนที่ทำชุดเองเหมือนกันก็เขียนมาคุยด้วย และโพสต์แลกเปลี่ยนรูปกันดูอย่างสนุกสนาน จนเวบไซด์กลายเป็นที่นิยมในเวลาไม่กี่เดือน ทำให้จอห์นสันฉุกคิดว่าเขาน่าจะทำอะไรต่อยอดได้อีก
 
นอกจากต้องมีชุดที่ผลิตขึ้นมาอย่างดีแล้ว จอห์นสันยังตรากฎให้เจ้าของชุดต้องอายุมากกว่า 18 ปีถึงจะสมัครเป็นสมาชิกของกองร้อย 501 ได้ โดยจุดมุ่งหมายของกลุ่มมีสามข้อง่ายๆ คือ 
      1. เพื่อเฉลิมฉลองหนัง Star Wars ด้วยการแต่งชุดเป็นตัวละครในเรื่อง 
      2. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุดและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และ
      3. ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มในชุมชนเพื่อทำงานอาสาสมัครและการกุศล
นั่นทำให้ทุกครั้งที่มีงานเพื่อการกุศลเกิดขึ้นที่ไหน (ในสหรัฐอเมริกา) ก็ต้องมีคนเห็นคนในชุด Stormtrooper ไปปรากฎตัวที่นั่น ไม่ว่าจะเรี่ยไรเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็ง หรือไปอ่านหนังสือให้เด็กในโรงพยาบาลฟัง ฯลฯ ควบคู่กับงานเปิดตัวหนัง วิดีโอเกมสั ของเล่น และนิยาย Star Wars ครั้งแล้วครั้งเล่า ตามแนวคิดของจอห์นสันที่อยากนำความบ้าคลั่ง Star Wars ของแฟนๆ มาใช้ในทางสร้างสรรค์ นอกจากแค่เอาของเล่นหรือของสะสมมาอวดกันเท่านั้น
 
การเติบโตของกลุ่ม กองร้อย 501 ล้วนอยู่ในสายตาของลูคัสฟิลม์ ที่มีสิทธิ์เต็มที่ในการสั่งปลดชุดที่สร้างมาอย่างละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากตัวทุกคน แต่ลูคัสฟิลม์ก็ไม่ได้ทำ เพราะรู้ดีว่าทุกคนในกองร้อย 501 คือแฟนพันธุ์แท้ของ Star Wars ที่อยากมีส่วนมีส่วนร่วมกับหนังโดยไม่เคยเรียกร้องเงินทองตอบแทน และกิจกรรมที่ทำก็มีแต่สร้างภาพพจน์ในแง่บวกกับหนังทั้งนั้น จึงแค่ออกกฎว่า ห้ามกลุ่มกองร้อย 501 ทำชุดมาขายเชิงพาณิชย์เท่านั้น
 
“เรามองสมาชิกของ กองร้อย 501 เป็นส่วนหนึ่งที่ขยายออกไปจากครอบครัวของลูคัสฟิลม์” สตีฟ แซนสวีท หัวหน้าฝ่ายแฟนคลับของลูคัสฟิลม์กล่าว “พวกเขาได้มาทำอะไรสนุกๆ เพื่อชุมชนด้วยกัน และสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนจากการทำงานเพื่อเด็กๆ เช่น เรี่ยไรเงินเพื่อการกุศล หรือแค่โพสต์รูปสนุกๆ แต่ทำให้คนที่เห็นมีความสุข”
 
ลูคัสฟิลม์ยังเอาใจกลุ่มกองร้อย 501 ด้วยการเขียนเรื่องว่า กองร้อย 501 คือกองทหารส่วนตัวของดาร์ธ เวเดอร์ ที่ถูกเรียกว่า Vader’s Fist ซึ่งจะมีบทบาทในนิยาย Star Wars ตอน Survivor’s Quest และ Fool’s Barga ของ ทิโมธี ซาห์น (Timothy Zahn) ส่วนในหนังภาค Star Wars : Episode III – Revenge Of The Sith นั้น แม้ไม่ได้พูดชื่อ กองร้อย 501 ออกมาตรงๆ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า กลุ่มทหารที่ตามอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ผู้แปรพักตร์ไปสังหารหมู่ในวิหารเจไดก็คือ กองร้อย 501 นี่แหละ
 
(จากวารสาร FILMAX ฉบับเดือน กันยายน 2551)
 
จากเรื่องราวของ กองร้อย 501 นี่เอง ทำให้ผมเกิดความคิดที่จะทำร้าน 501st Shop ขึ้นมา โดยจินตนาการว่า ร้านนี้จะทำชุด Stormtrooper ขายให้กับเหล่าสมาชิกของกองร้อย 501 รวมถึงเหล่าแฟนคลับของหนัง Star Wars โดยในร้านก็จะมีบรรยากาศของ Star Wars อยู่ทั่วไปในร้าน ไม่ว่าจะเป็นฉาก X-Wing ปะทะกับ TIE Advanced หรือหุ่นจำลอง ของหุ่นยนต์คู่หู C-3PO กับ R2-D2 รวมถึงมีจอ LCD ขนาดใหญ่ที่เปิดฉาย Star Wars ในระบบภาพใสปิ๊งจากแผ่น Blue Ray ส่วนด้านนอกตัวอาคาร ก็ให้มีจุดเด่นโดยทำหลังคาเป็นรูปยาน Millennium Falcon (ดัดแปลงมาจากชุด 7190 – Millennium Falcon) ด้านหน้าอาคารก็ทำหน้าต่างเลียนแบบหน้าต่างของห้อง Cockpit ของยาน TIE Fighter ทำไปทำมา จากที่ตั้งใจไว้ทีแรกว่าจะเป็นร้านเล็กๆ ก็เลยขยายออกมาเป็นร้านขนาดไม่เล็กดังที่เห็นนี่แหละครับ
 

Posted 31 กรกฎาคม 2009 by goongtomyum in My Own Creation