Archive for สิงหาคม 2010

8129 – AT-AT Walker   Leave a comment

 
Set No.: 8129
Set Name : AT-AT Walker
Year : 2010
Pieces : 815
Figures : 8 – Luke Skywalker (Pilot), Han Solo, C-3PO, Hoth Rebel Trooper
                    General Veers, AT-AT Driver, 2 Snowtrooper
List Price : $110, Thailand ฿6,999
 
 
 
 
กลางลำตัวเปิดให้เห็นห้องโดยสารภายใน และ Snowtrooper
 
นายพลเวียร์กับส่วนที่เป็น Command Center พร้อมด้วย AT-AT Driver และ Snowtrooper
 
C-3PO, ฮัน โซโล และทหารกบฏพร้อมด้วยป้อมปืนใหญ่เลเซอร์ 1.4 FD P-Tower
 
 
 
เป็นเครื่องจักรสงครามใน Star Wars ที่ผมโปรดปรานที่สุด และในโอกาสครบรอบ 30 ปีของ The Empire Strikes Back ถ้าจะไม่มีเจ้าตัวนี้ ก็คงเป็นการตกหล่นอะไรไปบ้างแน่นอน ใช่แล้ว มันก็คือ AT-AT ที่กองทัพจักรวรรดิใช้เป็นกำลังหลักในการบดขยี้กองทัพของฝ่ายกบฏในสมรภูมิรบดาวโฮธ (Hoth) นั่นเอง
 
ดูรายละเอียดและความเป็นมาของ Walker เกราะสุดหนาตัวนี้ได้ที่ 4483 – AT-AT  และสามารถดูเพิ่มเติมได้อีกที่ 10178 – Motorized Walking AT-AT
 
AT-AT ตัวนี้มีความยาว 33 เซนติเมตร สูง 30 เซนติเมตร ส่วนหัวสามารถเปิดให้ AT-AT Driver เข้าไปนั่งได้ ส่วนลำตัว ก็เปิดให้เห็นส่วนห้องโดยสารของเหล่า Snowtrooper ได้ และยังมีส่วนที่เป็น Command Center ของนายพลเวียร์ (General Veers) ด้วย (แต่ในหนังจะเห็นว่านายพลเวียร์อยู่ในห้องพลขับที่ส่วนหัว) นอกจากตัว AT-AT แล้ว ในชุดนี้ยังให้ป้อมปืนใหญ่เลเซอร์ 1.4 FD P-Tower ซึ่งมีรูปทรงคล้ายเรดาร์มาด้วย ชุดนี้ให้ Minifig มาถึง 8 ตัว (แต่บางตัวก็ไม่เกี่ยวข้องกับสมรภูมิรบเลย เช่น ฮัน โซโล และ C-3PO ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในฉากรบนี้) โดย Minifig บางตัว เช่น นายพลเวียร์ จะต่างจากตัวเดิมในชุด 10178 อย่างชัดเจน ส่วน ฮัน โซโล ดูผิวเผินจะคล้ายกับตัวเดิมในชุด 4504, 6212 หรือ 7666 แต่ก็ไม่ใช่ ส่วนที่เป็นเสื้อแจ็กเก็ตและหน้าตาจะแตกต่างจากเดิม ส่วนลุค สกายวอคเกอร์ค่อนข้างคล้ายกับตัวเดิมในชุด 6212 หรือ 10178 มากแต่ก็แตกต่างจากเดิมตรงเสื้อนักบิน และหน้าตาที่มีการแต้มสีอื่นที่ไม่ใช่สีดำ (เช่น สีขาวในตาดำ, คิ้วเป็นสีน้ำตาล และรอยคางเป็นสีแดง)
 
AT-AT ตัวนี้ นับเป็นตัวที่ 5 ที่ Lego ทำออกมา โดยมีชุด 9754 – Dark Side Development Kit (ชุด Technic) ออกมาเป็นชุดแรกในปี 2000, ชุด 4483 – AT-AT ปี 2003, ชุด 4489 – AT-AT (ชุด Mini) ปี 2003 เป็นชุดที่สองและสาม และชุด 10178 – Motorized Walking AT-AT ปี 2007 เป็นชุดที่สี่ แต่ ณ ที่นี้ ผมจะนำมาเปรียบเทียบกันเพียง 3 ชุดเท่านั้นโดยไม่รวมถึงชุด Technic และชุด Mini ซึ่ง 3 ชุดนี้ก็คือชุด 4483 ปี 2003, ชุด 10178 ปี 2007 และชุด 8129 นี้ ซึ่งโดยรวมแล้ว AT-AT ทั้ง 3 ชุดนี้มีรูปร่างและสัดส่วนใกล้เคียงกันมาก สามารถนำเอาทั้ง  3 ตัวมาตั้งโชว์ด้วยกันเพื่อทำเป็น Diorama ของสมรภูมิรบดาวโฮธได้เลย สิ่งแตกต่างที่พอเห็นได้ก็เช่น ชุดล่าสุดนี้ (8129) มีลักษณะรูปร่าง โดยเฉพาะส่วนหัว ดูดีกว่า 2 ตัวแรกเล็กน้อย (ดูเหมือนในหนังมากกว่า) แต่กลับมีขนาดเล็กกว่าชุด 4483 (ปี 2003) อย่างเห็นได้ชัดเจน และด้อยกว่าชุด 10178 (ปี 2007) ที่มีจุดเด่นตรงที่สามารถเดินได้จริง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นชุดที่น่าสนใจชุดหนึ่งทีเดียว ใครที่เคยพลาด AT-AT ตัวก่อนหน้านี้ไป คราวนี้ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ
 
เปรียบเทียบ AT-AT จากชุดต่างๆ โดย ซ้ายสุดคือชุด 4483 – AT-AT (2003) กลางคือชุด 10178 – Motorized Walking AT-AT (2007) และขวาสุดคือชุดนี้ 8129 – AT-AT Walker (2010)
 
 
 
หมายเหตุ AT-AT จากชุด 10178 บนส่วนหลังจะมีการดัดแปลงจากต้นแบบเล็กน้อย (ใส่ IR Receiver เพื่อให้ใช้ Remote Control บังคับได้)
 

7153 – Jango Fett’s Slave I   Leave a comment

 
Set No.: 7153
Set Name : Jango Fett’s Slave I
Year : 2002
Pieces : 360
Figures : 2 – Jango Fett, Boba Fett (Young)
List Price : $50, Thailand  ฿3,055
 
 
 
 
 
 
 
แจงโก้ เฟตต์ (Jango Fett) เป็นทั้งนักฆ่า นักล่าค่าหัว ที่มีชื่อเสียง เขาเป็นพวกแมนดาลอเรี่ยน (Mendalorian) ซึ่งเป็นพวกที่ชอบการต่อสู้ เขาเกิดในเมือง Concord Dawn  ในวัยเด็ก หลังจากพ่อแม่ของเขาถูกฆ่าและพี่สาวชื่อ Arla สูญหายไป พวกแมนดาลอเรี่ยนได้นำเขาไปชุบเลี้ยง  หลายปีต่อมา เขาได้เข้าร่วมในสงครามกลางเมืองของพวกแมนดาลอเรี่ยนและกลายเป็นหนึ่งในพวกผู้นำ ต่อมาเขาได้ฆ่าพวก Death Watch จนเกือบหมดเพื่อแก้แค้นให้กับ Jaster Mereel ซึ่งเป็นผู้ที่เลี้ยงดูเขามา และจากการกระทำนี้ทำให้เขาโดนเหล่าเจไดจับไปขังคุก เมื่อออกจากคุก เขาได้กลายเป็นนักล่าค่าหัว และได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วว่าเป็นนักฆ่าฝีมือดีคนหนึ่ง
 
เคานท์ดูกู (Count Dooku) หรือ ดาร์ธ ไทรานัส (Darth Tyranus) พอใจในฝีมือของแจงโก้เป็นอย่างมาก หลังจากการทดสอบ เขาได้ว่าจ้างให้แจงโก้เป็นต้นแบบของทหารโคลน ซึ่งนอกจากแจงโก้จะให้ยีนของเขาเพื่อทำทหารโคลนแล้ว เขายังมีส่วนในการฝึกสอนแหล่าทหารโคลนและออกแบบชุดเกราะในระยะที่ 1 ของทหารโคลนด้วย ซึ่งชุดเกราะนี้มีความเหมือนเป็นอย่างมากกับชุดเกราะของพวกแมนดาลอเรี่ยน โดยมีสัญญลักษณ์ที่เห็นได้อย่างเด่นชัด คือ หมวกที่มีการเจาะช่องตาเป็นรูปตัว T อย่างชัดเจน
 
ในสมรภูมิรบดาวจีโอโนซิส แจงโก้ถูกเมส วินตู (Mace Windu) ตัดหัว แต่แม้เขาจะตายไป ผู้สืบทอดของเขา ไม่ว่าจะเป็นโบบา เฟตต์ หรือเหล่าทหารโคลนทั้งหลาย ล้วนมีบทบาทเป็นอย่างมากในตำนานของ Star Wars
 
ความเป็นมาและรายละเอียดของ Slave I สามารถดูได้ที่ 7144 – Slave I
 
Slave I ของแจงโก้ลำนี้ ปรากฎในภาค Star Wars : Episode II – Attack Of The Clones โดยโอบีวันได้ไปสืบเรื่องอาวุธฆ่าปิดปากแซม วีเซล (Zam Wesell) นักล่าสังหารที่ดาวคามิโน (Kamino) แต่กลับเจอกับการสร้างเหล่าทหารโคลน จึงแจ้งไปทางอาจารย์โยดา อาจารย์โยดาต้องการให้เขาจับตัวแจงโก้มาสอบสวนที่สภาเจได แต่แจงโก้ได้ต่อสู้และขึ้นยาน Slave I หลบหนี ซึ่งโอบีวันก็ได้ขับ Delta-7 แอบติดตาม ก่อนแจงโก้จะรู้ตัวและใช้เทคนิคการบินและความสามารถเฉพาะตัวของ Slave I กลับมาเป็นผู้ไล่ล่า Delta-7
 
ยาน Slave I ของแจงโก้ที่ Lego ทำออกมาเป็นครั้งที่ 2 นี้ ถือว่ามีความโค้งมนและสวยงามมากกว่าลำแรกที่ออกในปี 2000  ลำตัวยาน Slave I ของแจงโก้ จะมีสีส่วนใหญ่เป็นสีน้ำเงินแตกต่างจาก Slave I สมัยที่โบบาใช้ ซึ่งจะมีสีส่วนใหญ่เป็นสีเขียว ซึ่ง Lego ก็ทำตรงนี้ออกมาได้ดี ให้สีได้สดใสงดงาม ส่วนที่เป็นที่นั่งของนักบินมีกลไกที่สามรถปรับให้อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งขึ้นตลอดไม่ว่าจะจอดหรือบิน มีลูกเล่นตรงสามารถทิ้งลูกระเบิดได้ และสามารถถอดกล่องอุปกรณ์ออกจากใต้ท้องยานได้ (ใช้แมเหล็กเป็นตัวยึดติด) โดยรวมแล้ว ชุดนี้ถีอได้ว่าเป็นชุดหนึ่งที่มีความสวยงามและน่าเก็บทีเดียว
 
 
(ภาพจาก starwars.wikia.com)
 

Posted 10 สิงหาคม 2010 by goongtomyum in Star Wars Episode II

Tagged with , , ,